ทั้งนั้น วงการนิยายยังต้องพึ่งนักเขียนดังๆ อยู่ดี ไม่รู้ว่าประธานคิดอะไรอยู่กันแน่”
“ตอนนี้เทียนกวงกับนาเซินรอซ้ำเราอยู่ ท่านประธานยังจะให้ปู่เยโหวไปเป็นบรรณาธิการใหญ่อะไรอีก เขาแค่เขียนนิยายไปเงียบๆ ก็ดีอยู่แล้ว จะต้องให้มายุ่งด้วยทำไมกัน”
อิทธิพลของไป๋ตี้เริ่มลดต่ำลง รัศมีของพ่อเพลงน้อยก็ใช่ว่าจะครอบจักรวาล แม้พนักงานในเสินฮวาจะชื่นชอบไป๋ตี้มากแค่ไหน แต่พวกเขาก็รู้ว่าเรื่องงานต้องแยกจากความชอบส่วนตัว ผู้นำที่สามารถพาบริษัทก้าวเดินไปข้างหน้าได้ต่างหากถึงจะเรียกว่าผู้นำที่ดี เริ่มมีข่าวลือแพร่สะพัดภายในบริษัท ชื่อเสียงของหลินจือไป๋ในฐานะประธานคนใหม่เริ่มตกลงทีละน้อย หลายคนพูดกันว่าเขาเป็นผู้นำที่ชอบเล่นอะไรเพี้ยนๆ ควรกลับไปทุ่มทางดนตรีมากกว่ามาแกว่งเท้าหาเสี้ยนในวงการนิยายแบบนี้
แน่นอนว่าหลินจือไป๋ได้ยินข่าวลือภายในบริษัทอยู่บ้างแต่ไม่ได้รับผลกระทบหรือถูกรบกวน เขาเตรียมเดินเกมใหญ่ สั่งให้หัวหน้าโปรเจกต์เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ดึงเหล่านักเขียนฝีมือดีที่ส่งต้นฉบับมาเข้าร่วมกลุ่มแชททันที
ผู้รับผิดชอบคนนี้ชื่อหวังหนิงเหมิง คนในบริษัทต่างเรียกเขาว่าหนิงเหมิง
หวังหนิงเหมิงทำตามคำสั่งของท่านประธานอย่างเคร่งครัด ดึงนักเขียนเข้ากลุ่มใหญ่มากถึงสามร้อยคน ชื่อกลุ่มก็ใช้ตามที่ประธานสั่งคือ [ชั้นเรียนนิยายเว็บเสินฮวา] ทำเอานักเขียนที่ถูกเชิญเข้าไปพากันงุนงง
‘ชั้นเรียนนิยายเว็บเสินฮวา? กลุ่มอะไรเนี่ย