พลงก็เกินไปละ’‘จะแซวอู๋ฉือนิดๆ หน่อยๆ แต่อย่ากดดันเกินไปเลย’‘โอ้โห? มาแล้วๆ!’‘เดี๋ยวนะ เพลงนี้มัน!’
ระหว่างที่แชทกำลังถกเถียง หลินจือไป๋ก็เริ่มเล่นเพลงสุดท้าย โดยยังใช้เปียโนเป็นเครื่องดนตรี แต่แล้วประโยคแรกของเพลงจากอู๋ฉือก็ทำเอาทั้งไลฟ์ถึงกับนิ่ง เหนือศีรษะผู้ชมทุกคนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามที่ผุดขึ้นมา!
“ชุดเจ้าสาวขาวบริสุทธิ์ ถือช่อดอกไม้สด งดงามราวกับอยู่ในนิทาน นึกถึงตอนฤดูร้อนวันวาน ฉันเฝ้าคิดถึงเธอ อยู่ด้วยกันก็เขินอาย คิวปิดล่องลอยลงมาใต้แสงจันทร์ แพนโดร่าเธอรับรู้คำตอบนั้น ระฆังโบสถ์ดังพลันเป็นรหัสแห่งวันสุขใจ…”
ชุดเจ้าสาว? คิวปิด? ระฆังโบสถ์?
โอ้พระเจ้า! นี่มันเพลงวิวาห์อีกแล้วไม่ใช่เหรอ!? รวมสองเพลงก่อนหน้านี้นี่ก็เพลงที่สามแล้วน่ะสิ! ผู้ชมทุกคนอึ้งสนิท ต่างตะลึงกับฝีมือของอู๋ฉือ!
แต่อู๋ฉือกลับดูเหมือนไม่รู้ตัวเลยว่า เพลงที่สามของเขาทำเอาคนทั้งไลฟ์ตะลึงแค่ไหน เขาร้องต่อจนถึงท่อนฮุก ในใจคิดแค่ว่าร้องจบเพลงนี้ก็ได้เวลาปิดไลฟ์แล้ว ไปหาของกินอร่อยๆ แล้ว
“โอ My Love เราแต่งงานกันนะ อยากมีบ้านสักหลังกับเธอ ความฝันที่งดงามที่สุดในชีวิตนี้ คือมีเธอร่วมทางสุดหล้าฟ้าไกล…”
ให้ตายเถอะ! นายไม่ต้องคิดหน่อยเหรอ? ไม่ต้องกลั่นกรองบ้างเลยเหรอ? แรงบันดาลใจนายไม่มีวันหมดหรือไง?
ไม่ใช่แค่คนดูทั่วไป แม้แต่นักดนตรีมืออาชีพมากมายในวงการก็ถึงกับปากอ้าตาค้าง พวกเขาไม่เคยเห็นนักแต่งเพลงคนไหนในโล