หวคิดค้นขึ้นใน ‘เจตนาเลือด’ นี้ เป็นวิธีเขียนที่แปลกใหม่ล้ำเลิศ ซึ่งอนาคตต้องมีนักเขียนสืบสวนอีกมากมายแห่กันเลียนแบบ ขณะเดียวกันหนังสือเล่มนี้จะทำให้ปู่เยโหวกลายเป็นบิดาผู้บุกเบิกกลลวงเชิงบรรยายนี้อย่างแน่นอน!”
ที่น่าสนใจก็คือ… ฮวาไหลคือนักเขียนที่มีสัญญากับสำนักพิมพ์นาเซิน
สำนักพิมพ์นาเซินกำลังยุ่งอยู่กับการโจมตีปู่เยโหว แต่เขากลับสวนทางต้นสังกัด นับว่ามีบุคลิกเป็นของตัวเองสุดๆ
แต่นักเขียนระดับฮวาไหล ต่อให้ใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็น สำนักพิมพ์นาเซินก็ไม่กล้าทำอะไรเขาอยู่ดี
อย่างไรเขาก็เป็นนักเขียนชื่อดังระดับแนวหน้าของสำนักพิมพ์
ส่วนทางฝั่งสำนักพิมพ์เสินฮวา
หลินจือไป๋ในฐานะประธานผู้เป็นฮีโร่คนสำคัญซึ่งดึงตัวปู่เยโหวมาได้
ย่อมวางมาดอวดเก่งกับผู้บริหารระดับสูงของสำนักพิมพ์มากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้บริหารเหล่านี้นับว่ารู้ความว่าอะไรคือการหลบเลี่ยงคมดาบชั่วคราว ในที่ประชุมจึงแสดงท่าทีถ่อมตนลงอย่างเห็นได้ชัด
วันนี้หลังประชุมเสร็จ เลขานุการคนใหม่ของหลินจือไป๋ก็พูดขึ้นทันที
“ท่านประธานคะ ข่าวการเงินมีข่าวของคุณด้วยค่ะ!”
“ข่าวการเงิน?”
หลินจือไป๋ชะงัก ก่อนเห็นเลขาหยิบแท็บเล็ตเดินเข้ามา พร้อมเปิดข่าวที่เกี่ยวข้องให้ดู
พาดหัวข่าวคือ [ประธานคนใหม่ของสำนักพิมพ์เสินฮวา] และมีพาดหัวรองว่า [ผู้บริหารอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของเสินฮวากรุ๊ป!]
‘หลินจือไป๋ หลานชายคนเล็กสุดของหลินเจามู่ ประธานเสินฮวากร