้พวกแกแต่ละคนแล้วก็ยังใหญ่มากอยู่ดี”
พอพูดแบบนี้สีหน้าทุกคนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
หลินจือไปจ้องมองปู่ ไม่ค่อยแน่ใจว่าอีกฝ่ายแกล้งป่วยหรือป่วยจริง
แต่ไม่ว่าอย่างไร อย่างน้อยปู่ก็เริ่มส่งสัญญาณการแบ่งมรดกแล้ว
หลินเจามู่หันไปมองหลินชุน
“หลินชุน แกเป็นลูกคนโต ฉันตั้งใจจะให้ฝ่ายภาพยนตร์ รวมทั้งอนิเมชัน และโรงหนังในเครือเสินฮวา ให้อยู่ในความดูแลของแก”
“พ่อ…”
“ตอนที่ฉันพูด ใครก็ห้ามแทรก”
หลินเจามู่ตัดบทลูกชายคนโต แล้วหันไปมองลูกชายคนรอง หลินเซี่ย
“หลินเซี่ย ต่อไปนี้แกไม่ต้องรับหลายตำแหน่งเกินไป สถานีโทรทัศน์เสินฮว่า กับเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวา ฉันจะให้แกดูแล”
“ทำไมพี่ใหญ่ถึง…”
หลินเซี่ยร้อนรน เพราะสัดส่วนที่ได้น้อยกว่าพี่ชายคนโตมาก แต่หลินเจามู่กลับพูดอย่างเย็นชา
“เงียบ!”
หลินเซี่ยเงียบกริบไม่กล้าส่งเสียง
จากนั้นหลินเจามู่หันไปมองลูกชายคนที่สาม หลินชิว
“หลินชิว แกดูแลฝ่ายลิขสิทธิ์ การพัฒนาสินค้าแบรนด์เสินฮวา ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และฝ่ายการเงินของเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์”
หลินชิวไม่พูดอะไรเพียงแต่พยักหน้า
ในดวงตาหลินเจามู่มีแววพึงพอใจเล็กน้อย จากนั้นก็หันไปทางหลินตง
“ฝ่ายโทรทัศน์ให้แกเอาไหม?”
“เอาครับ”
หลินตงเหลือบมองภรรยาและลูก ฝ่ายโทรทัศน์กับวาไรตี้นี้ต้องเอามาให้ได้!
หลินเจามู่พูดอย่างไม่สบอารมณ์“อย่าคิดแต่จะเอา ถ้าบริหารไม่ดีฉันก็ปลดแกออกอยู่ดี”
หลินตงไม่ตอบ ส่วนคนอื่นๆ ในห้องกลับสีหน้าไม่สู้ดี