้างซึ่งเป็นธรรมดาทั่วไปแต่เมื่อไม่มีบุคคลอย่างเฮียซิงมาชูธงปลุกกระแสก็คงไม่มีใครสนใจมหาสมุทรสีครามของแนวการแสดงแบบนี้
บางทีพอ ‘Unexpectedness’ ได้ออกฉายแนวไร้เหตุผลอาจฮิตไปทั่ววงการภาพยนตร์และโทรทัศน์เลยก็ได้
ส่วนผู้กํากับของเรื่องสุดท้ายก็ตกลงเลือกเฟิงซั่วเพราะหลังจากเจียงเฉิงคัดกรองมาแล้วหลายชั้นท้ายที่สุดก็ได้รายชื่อผู้กํากับห้าคนที่ฝีมือสูสีกัน หนึ่งในนั้นมีเฟิงซั่ว
หลินจือไปเห็นว่าฝีมือของทั้งห้าใกล้เคียงกันจึงเลือกเฟิงซั่วอีกสี่คนที่เหลือรับตําแหน่งผู้กํากับร่วม นับวาระดับสูงกว่าผู้ช่วยผู้กํากับเล็กน้อยสามารถร่วมถ่ายทําเรื่องนี้กับเฟิงซั่วได้
หลินจือไปสามารถคุมงานได้ด้วยตัวเองทุกครั้งที่ถ่ายทําจบหนึ่งตอน หลินจือไปจะตรวจดูผลงานถ้าไม่ผ่านก็สั่งถ่ายใหม่ อย่างมากก็แค่เสียเงินเพิ่มหน่อยเท่านั้นเอง
การปั้นยอดฝีมือย่อมต้องลงทุน อะไรนะ? เล่นพรรคเล่นพวก? ก็มีบ้างแหละแต่ถ้าคุณเป็นคนสัมภาษณ์งานแล้วผู้สมัครห้าคนฝีมือพอๆ กันหมดคุณจะไม่เลือกคนที่หน้าตาดีสุดเหรอ?
หลินจือไปก็แค่เลือกคนที่เขารู้จักดีที่สุดเองไม่เห็นจะผิดตรงไหนแน่นอนว่าเฟิงซั่วไม่รู้เลยว่าเจ้าของคุนเผิงก็คือเพื่อนซี้ของตัวเองเขาแค่คิดว่าตัวเองโชคดีเลยถูกเลือก นําข่าวดีไปบอกกับหลินจือไปและหยินตงหน่วนด้วยรอยยิ้มปลื้มปริ่ม
“ยินดีด้วยนะ!”
ครั้งนี้หยื่นตงหน่วนแสดงความยินดีจริงๆเพราะนี่หมายความว่าเฟิงซั่วเพิ่งขึ้นปีสองก็จะได้เริ่มกํ