“นี่คือลูกชายคนเล็กของคุณอาสี่ของผม ชื่อหลินจือไป หัวแข็งมาตั้งแต่เด็ก ไม่ค่อยรู้กาลเทศะ หัวหน้าแผนกซูอย่าถือสานะครับ”
“หลินจือไป?”
ซูฉานหันมองหลินจือไป ก่อนจะผุดลุกขึ้น เผยรอยยิ้ม ยื่นมือออกไปพร้อมกล่าวว่า
“ซูฉานจากเทียนกวงค่ะ”
“หลินจือไป คนหัวแข็งครับ”
หลินจือไปหยิบเอาคำประเมินของหลินกงมาใช้แนะนำตัว จับมือกับซูฉานด้วยรอยยิ้ม สัมผัสมือของอีกฝ่ายอ่อนนุ่มมากจนแทบไร้กระดูก
“ฉันเคยได้ยินเรื่องของคุณมาก่อน” ซูฉานกะพริบตาเล็กน้อย คล้ายมีเลศนัย
หลินกงที่อยู่ด้านข้างพลันมีสีหน้าไม่สู้ดี ลูกชายคนสุดท้องของตระกูลหลินถูกพี่ลูกพี่ลูกน้องกลั่นแกล้งจนศีรษะได้รับบาดเจ็บ เรื่องนี้คนในวงการต่างก็รู้กันดี
“ผมก็เคยได้ยินเรื่องของคุณเหมือนกันครับ” หลินจือไปพูดพลางผละมือออกจากอีกฝ่าย รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้จับมือนานไปหน่อย
“เรื่องของฉัน?” ซูฉานถามด้วยความสงสัย “ได้ยินว่ายังไงคะ?”
หลินจือไปเหลือบมองหลินกง “เรื่องราวดูเหมือนจะยังไม่เริ่มต้นครับ”
ซูฉานหัวเราะเบาๆ “อายุยังน้อย อยากรู้อยากเห็นไม่เบาเลยนะคะ”
“พอๆ กันละครับ” หลินจือไปกล่าว “ผมยังมีธุระ เชิญพวกคุณคุยกันตามสบายครับ”
พูดจบ หลินจือไปก็เดินตรงไปหาเจียงเฉิง หลินกงมองตามแผ่นหลังของหลินจือไป แววตาเย็นชาดุดันเล็กน้อย แต่เพียงชั่วพริบตาก็เปลี่ยนเป็นใบหน้ายิ้มแย้ม แสดงท่าทางเหมือนคนกำลังกลุ้มใจ
“เด็กคนนี้…”
“น่าสนใจดีไม่ใช่เหรอ?” ซูฉานนั่งลงอีกครั้ง พลาง