เฝ่ยไป๋ลู่ก้มมองรูปถ่ายแล้วขมวดคิ้ว “เขาโตขนาดนี้แล้ว อาจจะยากหน่อย…”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หลิ่วหลีหมิงก็หายใจเข้าลึก ๆ และสบตากับเฝ่ยไป๋ลู่
“คุณเฝ่ย คุณพอจะรู้วิธีแก้ไขไหมครับ?”
“ฉันไม่สามารถตอบคำถามคุณได้ตอนนี้ ต้องดูสถานการณ์ก่อนถึงจะตัดสินใจได้” เฝ่ยไป๋ลู่กล่าว
เมื่อเห็นว่าเฝ่ยไป๋ลู่ยังไม่ตอบรับ หลิ่วหลีหมิงจึงพูดว่า “คุณเฝ่ย ถ้าว่างเมื่อไหร่ คุณจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ไหมครับ”
เฝ่ยอวี้รู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นเฝ่ยไป๋ลู่เมินเขา และคุยกับรัฐมนตรีหลิ่วราวกับเขาไม่มีตัวตน
ชายหนุ่มฉวยรูปในมือไป๋ลู่มา เมื่อมองใกล้ ๆ เขาก็ต้องตกใจกับภาพถ่ายใบนั้น พร้อมตะโกนเสียงดัง “นี่มันอะไรกัน!”
ทุกคนในร้านอาหารพลันหันมามองทั้งสาม
หลิ่วหลีหมิงรีบฉวยรูปกลับ ตอนนี้หน้าตาของเขาดูน่ากลัวมาก
ขณะเดียวกัน สีหน้าของเฝ่ยอวี้พลันซีดลงเมื่อรู้ว่าเขาเพิ่งสูญเสียภาพลักษณ์อันดีงาม และทำให้รัฐมนตรีหลิ่วไม่พอใจ เขาต้องการที่จะอธิบาย แต่กลับไม่มีเสียงออกมาจากลำคอสักแอะ
เมื่อครู่ เฝ่ยอวี้ได้เห็นเด็กชายในภาพมีก้อนเนื้อกลมขนาดใหญ่เท่ากับชามตรงศีรษะฝั่งซ้าย และก่อนเนื้อนั้นก็มีทั้งตา จมูก และปาก มองแวบแรกดูเหมือนคนมีสองหัว ซึ่งดูน่ากลัวไม่น้อย
เดิมทีเขารู้เพียงว่าลูกชายของรัฐมนตรีหลิ่วมีแผลบนใบหน้า แต่เขาไม่คิดมาก่อนว่าแผลที่ใบหน้านั้นจะน่ากลัวมากขนาดนี้
หรือว่าลูกชายของรัฐมนตรีหลิ่วจะถูกผีสิง?
“วันนี้ฉันว่างค่ะ เราไปกันเถอะ