ร์ตประจำฤดูกาลได้อยู่ดี”
“ไม่เปลี่ยนครับ”
หลินจือไปตอบโดยไม่ลังเล เขารู้อยู่แล้วว่าการให้จางซีหยางร้อง ‘ดอกไม้ไฟ’ คือทางเลือกที่ดีที่สุด
แล้วทำไมต้องเปลี่ยนเพลงด้วยละ?
หลังจากนั้น เจียงเฉิงโทรมาแล้วพูดว่า
“กระแสในวงการตอนนี้ไม่เป็นผลดีกับเจ้านายเลยครับ จะชี้แจงหน่อยไหม
เจ้านายคงมีแผนรับมือแล้วใช่ไหมครับ?”
“ไม่ครับ”
“แล้วเพลงที่จะใช้ในรอบชิงชนะเลิศมั่นใจแค่ไหนครับ?”
“บนโลกนี้ไม่มีอะไรที่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก”
“เจ้านายพูดแบบนี้ ผมก็สบายใจครับ”
เจียงเฉิงเห็นกับตาว่าหลินจือไปสร้างคุนเผิงขึ้นมาจนธุรกิจเติบโตได้ขนาดนี้
จึงรู้ดีว่าเจ้านายของตนแทบไม่เคยลงมือทำอะไรที่ไม่มีความมั่นใจเลย
ไม่มีอะไรที่ร้อยเปอร์เซ็นต์?
คำพูดนี้ไม่ผิด หลักการนี้เป็นความจริง
แต่เท่าที่ผ่านมา สิ่งที่เจ้านายทำกลับประสบความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกครั้งเลยนะ!
เผชิญหน้ากับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หลินจือไปไม่ออกมาตอบโต้
จางซีหยางก็ไม่พูดอะไร ส่วนทางฝั่งเสินฮว่าก็ยิ่งไม่แยแสเลยด้วยซ้ำ
มีคนในวงการเริ่มถอนหายใจว่า
“ไม่รู้ไปตี้คิดอะไรอยู่ ต้องแบกรับความเสี่ยงขนาดนี้ไปทำไม
ถ้าจางซีหยางแพ้รอบชิงเพราะเพลงใหม่ของไปตี้ไม่เข้ากับเวที ไปตี้ก็ต้องเป็นแพะรับบาปนะสิ”
“อาจเพราะเป็นหน้าใหม่เลยมีความหยิ่งในตัวเองละมั้ง”
“ถอยไม่ลงเสียหน้าไม่ได้”
“ช่วงเวลานี้ถ้ายังวางตัวไม่ลงก็ถือว่าโง่แล้วนะ
หรือว่าเขากำลังเดิมพันว่าจางซีหยางเก่งพอจะเอาชนะได้ใ