บๆ
ไม่มีช่วงไคลแม็กซ์ที่เด่นชัดมาก ทำให้ท่อนฮุกฟังดูเรียบไปหน่อย
นี่แหละเหตุผลที่ก่อนหน้านี้ฉันเตือนนายทางอ้อมว่า ควรให้จางซีหยางเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเอง”
หลินซีกล่าว
เพราะสไตล์แบบร้องเบาๆ มักจะเข้าถึงอารมณ์ก็จริง
แต่บนเวทีแข่งขันแบบนี้ ต่อให้ได้อันดับไม่แย่ก็ยากเหลือเกินที่จะได้ที่หนึ่ง
ยิ่งเดือนหน้าเป็นรอบชิงด้วยแล้ว ยิ่งแทบไม่มีโอกาสได้แชมป์เลย
แต่หลินซีไม่คิดมาก่อนเลยว่าน้องชายตัวเองจะเข้าใจดนตรีร็อกด้วย
แนวนี้ถ้าเรียบเรียงดีๆ บนเวทีแข่งขัน ถือว่าได้เปรียบสุดๆ!
แตกต่างสุดขั้ว!
เพลงชื่อ ‘ดอกไม้ไฟ’ เพลงนี้ ถือเป็นผลงานที่แตกต่างจากงานก่อนๆ ของหลินจือไปมากที่สุด
ชนิดที่ว่าฟังไม่เหมือนเพลงที่เขาเคยแต่งเลย!
“ก็แต่งให้เฉพาะตัวนี่แหละ”
หลินจือไปหาเหตุผลที่ดูดีไว้แล้ว
ประมาณว่าโดยปกติแล้วผมก็แต่งเพลงแนวนี้ไม่เป็นหรอกนะ
คราวนี้เป็นเพราะอยากแต่งให้จางซีหยางโดยเฉพาะเลยต้องบังคับตัวเองให้ลองสไตล์นี้ดู
แล้วก็ไม่คิดเหมือนกันว่าผลลัพธ์จะออกมาดีขนาดนี้
ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลยใช่ไหมละ?
นี่แสดงให้เห็นว่าฉันก็มีพรสวรรค์ด้านร็อกอยู่ไม่น้อย
ต่อไปน่าจะลองขุดศักยภาพด้านนี้ออกมาเยอะๆ แล้วลองแต่งเพลงแนวนี้ดูเรื่อยๆ…
หลินซีเชื่อสนิทใจ จะไม่เชื่อก็ไม่ได้อยู่ดี
เพราะนอกจากเหตุผลนี้แล้วมันไม่มีเหตุผลอื่นอีก
ตั้งแต่ได้ฟังเพลงหลายๆ เพลงของหลินจือไป
หลินซีก็มองว่าน้องชายเป็นอัจฉริยะทางดนตรีที่มีพรสวรรค์เหนือช