น
ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเขาเอง”
“ครับ”
ทั้งพี่สาวและพี่ชายต่างก็ให้หลินจือไปพิจารณาความสมัครใจของจางซีหยางอย่างเต็มที่
“ตอนนั้นพี่แค่เก็บบัตรเข้าชมสดไว้ให้ผมสักใบก็พอครับ”
จากนั้น
หลินจือไปตรงไปที่ห้องซ้อมและได้พบกับจางซีหยาง
ตอนนี้จางซีหยางกำลังดื่มน้ำพักผ่อน
พอเห็นหลินจือไปเดินเข้ามา ก็ยิ้มแล้วเปิดขวดน้ำอีกขวดยื่นให้หลินจือไปพลางเอ่ยว่า
“มาดูการซ้อมเหรอครับ?”
“ใช่แล้วครับ”
หลินจือไปกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“คิดไว้หรือยังครับว่าจะร้องเพลงอะไรในรอบชิง?”
จางซีหยางส่ายหัว
“ยังคิดอยู่เลยครับ มีความเห็นเข้ามาหลายทาง
ทั้งเพื่อน ทั้งผู้จัดการ แม้แต่บริษัทเองก็อยากจะเข้ามาแทรกแซงการเลือกเพลง
แน่นอนว่าทุกคนก็หวังดีกับผมทั้งนั้น อยากให้ผมคว้าแชมป์มาได้อย่างมั่นคง…”
“บังเอิญจัง”
หลินจือไปกล่าว
“ผมก็อยากแทรกด้วยเหมือนกัน”
จางซีหยางเอ่ยติดตลกว่า
“งั้นผมก็ฟังคุณแล้วกันครับ”
หลินจือไปหลุดขำ
เหล่าจางคนนี้นี่ไว้ใจได้จริงๆ มีเรื่องเมื่อไรก็ไม่เคยถอย
เขามองจางซีหยางอย่างจริงจังแล้วพูดว่า
“รอบชิง ร้องเพลงใหม่ของผมดูไหม?”
“ได้ครับ”
“ไม่ลองคิดดูสักหน่อยเหรอครับ?”
ทำเอาหลินจือไปเก้อเขินเล็กน้อย เพราะจางซีหยางตอบตกลงไวเกินไป
ยังไม่ถามด้วยซ้ำว่าเพลงใหม่ที่ตนจะให้เป็นแบบไหน ถ้าคุณภาพไม่ดีพอละจะทำยังไง?
ต่อให้คุณภาพดีจริง ถ้าไม่เหมาะกับเวทีการแข่งขันละ?
อย่าประมาทกับโจทย์ข้อนี้เชียว
ไม่ใช่ว่าแค่เพลงใหม่ของ