ท่าทางเชิญให้ผู้เข้าแข่งขันร้องต่อ
คุณลุงท่านนั้นรับช่วงต่อในการร้อง ร้องต่อได้อย่างราบรื่น จากนั้นผู้เข้าแข่งขันคนที่สอง คนที่สาม..
พอถึงผู้เข้าแข่งขันคนที่สี่ หญิงสาวสวมแว่นคนนั้นประหม่าอย่างมาก
แม้จะร้องเนื้อเพลงได้เหมือนกัน แต่เสียงเพี้ยนของเธอ กลับทำให้ทุกคนที่นั่นระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
ผู้นำร้องก็ขบขันไปด้วย พิธีกรชายยกไมค์ขึ้นแทรกประโยคหนึ่ง
“เธอบอกแค่ถูกหรือไม่ถูกก็พอ!”
พิธีกรหญิงหัวเราะตัวงอ! ผู้ชมในฮอลล์ยิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิม ใช่แล้ว เขาไม่ได้ร้องผิดสักหน่อย
เธอแค่พูดมาว่าเนื้อร้องถูกหรือไม่ถูกก็พอ!
หน้าจอโทรทัศน์ หลินซีเองก็หัวเราะ “ฮ่าๆๆๆๆ เธอทำได้ยังไงถึงร้องได้เพี้ยนขนาดนี้?”
หลินเซิ่งเทียนอมยิ้มบางๆ หลินจือไปเองก็อดยกมุมปากไม่ได้
แม่ที่บังเอิญเดินผ่านห้องนั่งเล่นได้ยินเสียงหัวเราะของหลินซีจึงเดินเข้ามาดู
จากนั้นก็ได้ยินเสียงเพลงที่ดังมาจากโทรทัศน์ พลันฮัมเพลงตามโดยไม่รู้ตัว
เพลงจบ แม่เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น พลางถามด้วยความสงสัยว่า
“พวกลูกดูอะไรกันอยู่เนี่ย ทำไมมีคนร้องเพลงเก่าแบบนี้ด้วย?”
เพลงนี้เก่ามาก เก่าจนเกือบพอๆ กับอายุแม่เลยทีเดียว แต่แม่ยังจดจำเนื้อเพลงได้ชัดเจน
เมื่อเพลงดังขึ้นก็ราวกับปลุกความทรงจำในวัยสาวกลับมาอีกครั้ง
“รายการวาไรตี้นะครับ” หลินจือไปตอบประโยคหนึ่ง
แม่ยืนดูโทรทัศน์สักพักแล้วก็ตรงไปนั่งที่โซฟา “รายการนี้ดูน่าสนุกดีนะเนี่ย”
“ใช่เลย!” หลินซีช