กฉัน ฉันรักเธอ เขากลับแต่งเพลงที่ใช้เรื่องราวความรักเป็นพื้นฐานในการถ่ายทอดความคิดถึงบ้านเกิด บอกว่าเป็นเวอร์ชันอัปเกรดของ “หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด” ก็ไม่เกินจริง’
‘ไม่ได้มีแค่ความคิดถึงบ้านเกิดหรอกมั้ง’
‘ฉันเข้าใจว่ามีอยู่สามจุด จุดแรกคือความคิดถึงบ้านเกิด จุดที่สองคือความรัก จุดที่สามคือการชี้แนะ เหมือนที่ในเนื้อเพลงมีประโยคว่า [ชื่อเสียงครึ่งชีวีเพียงมายาไร้ความหมาย] และ [ทอดถอนใจครานั้นนึกเห็นเพียงธรรมดา] แสวงหา ไล่ตาม และมองทะลุปรุโปร่ง นี่แหละคือจุดที่สูงที่สุดของเพลงนี้ แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของเซน แต่กลับไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนสั่งสอน’
จะว่าอย่างไรดีล่ะ ที่จริงแล้วคนที่ชอบเพลงโบราณก็ชอบที่ความงดงามคลาสสิกที่มีระดับนี่แหละ
และ “จันทร์หลูโจว” ก็เป็นเพลงที่ตอบสนองความต้องการนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเนื้อเพลงมีความเหนือระดับสูงมาก ถ่ายทอดบรรยากาศผ่านสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น “กลางสายเกสรหลิวปลิดปลิวเห็นบ้านเกิด”
ในบทกวีโบราณ กิ่งหลิวเป็นสัญลักษณ์ของการจากลา กล่าวได้ว่าต้นหลิวเองก็เป็นเหมือนตัวแทนของการพลัดพราก
ในฤดูกาลที่เกสรต้นหลิวโปรยปราย บัณฑิตในอดีตเมื่อได้เห็นก็จะหวนนึกถึงภาพอดีต คิดถึงวัยเยาว์ วันที่ต้องบอกลาใครบางคนหน้าต้นหลิว คิดถึงคำสาบานที่เคยให้ไว้ และ “หนึ่งเส้นปอยผมเฝ้าถนอมรักชั่วชีวา” ความโศกเศร้าเอ่อท้นขึ้นในใจอย่างอดไม่ได้ แล้วแบบนี้จะไม่ทำให้ผู้ฟังดื่มด่ำไปกับบรรยากา