ัวจนเกือบตาย!”
“หลังจากอ่าน ‘บทกวีแห่งแสงตะวัน’ ทุกคนต่างก็คิดว่าปู่เยโหวจะเปลี่ยนแนวแล้ว ที่ไหนได้ฉบับนี้ดันจัดหนัก วิปริตยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!”
“จะมืดมนเกินไปแล้วนะ”
“หรือว่านี่จะเป็นรางวัลเล็กๆ ให้ตัวเองหลังจากเขียน ‘บทกวีแห่งแสงตะวัน’ เสร็จ?”
“ฉันที่เป็นสายฮาร์ดคอร์ พออ่านเรื่องราวในฉบับนี้จบยังรู้สึกไม่ค่อยไหวเลย แต่ยิ่งไม่ไหวก็ยิ่งตื่นเต้นนี่มันอะไรกันเนี่ย”
“เมนต์บน อ่อนแอแต่ใจแน่สินะ”
“หมอนี่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษรได้เก่งจริงๆ”
“กลัวจนเหงื่อแตกพลั่กเลย เรื่องของปู่เยโหวนี่มันเร้าใจจริงๆ”
“ไหนๆ ปู่เยโหวก็ขยันผลิตผลงานขนาดนี้ ทำไมไม่รวมเล่มเรื่องสั้นไปเลยละ จะได้อ่านรวดเดียวให้จุใจ”
พอดีเลย ในตอนนั้นเอง หลินจือไปก็กำลังเลื่อนดูคอมเมนต์ในหมวดสืบสวนปริศนาของสำนักศึกษาอยู่ เมื่อเห็นว่ามีคนพูดถึงการรวมเล่มเรื่องสั้น เขาก็รู้สึกสะดุดใจขึ้นมา เหมือนจะเป็นความคิดที่ดีเลย
เพราะหลินจือไปได้ตีพิมพ์เรื่องสั้นต่อเนื่องใน “นิตยสารสืบสวนปริศนา” มานานถึงสี่เดือนแล้ว สี่เดือนนี้ทำให้ปู่เยโหวสะสมชื่อเสียงในวงการได้ไม่น้อย ผู้อ่านที่ชื่นชอบแนวมืดหม่นระทึกขวัญต่างก็รู้จักเขาเป็นอย่างดี
และหลินจือไปก็ได้ตีพิมพ์เรื่องสั้นชุดนี้ของโอตสึ อิจิ ไปครึ่งหนึ่งแล้ว ถ้านำเรื่องที่เหลือและเรื่องที่เผยแพร่ไปแล้วมารวมกันตีพิมพ์เป็นเล่ม น่าจะเป็นทางเลือกที่ทำให้หลินจือไปได้ประโยชน์สูงสุด
เพราะถ้าลงต่อจนครบแล้วค่อย