น”
ยังมีอีกประโยคที่หลินเป้าไม่ได้พูดออกมา นักร้องรุ่นเก่าที่ตกกระแสพวกนี้ไม่มีความนิยมเหลือแล้ว
ต่อให้พวกเขาเสนอตัวไป ก็ไม่มีรายการประเภทเดียวกันรายการไหนอยากได้หรอก ตกกระแสไปนานแล้ว
ชายคนนี้ตีบทไม่แตกจริงๆ ปากบอกว่าเป็นห่วง แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับปิดไม่มิดเลย
หลินเชิ่งเทียนคร้านจะสนใจเจ้าเสือดาว [1] ปากเสียคนนี้
ในตอนนั้นหัวหน้าฝ่ายวาไรตี้ก็เดินเข้ามา เริ่มต้นการประชุมวันนี้
คนคนนี้คือหัวหน้าฝ่ายวาไรตี้ ประโยคแรกเมื่อเริ่มประชุมก็มุ่งตรงมาที่หลินเชิ่งเทียน
“แผนกแปดของพวกคุณเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? โปรโมตรายการวาไรตี้ใหม่กันอลังการเลยนะ มั่นใจไหม?”
“มั่นใจครับ”
“งั้นผมก็จะไม่พูดมากแล้ว คุณรู้ตัวเองก็ดี แต่จำไว้ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง คุณต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง”
นี่แหละศิลปะการเป็นผู้นำ หัวหน้าฝ่ายไม่ได้วิจารณ์หลินเชิ่งเทียนตรงๆ แต่เขาต้องชี้แจงไว้ล่วงหน้า
ถ้าเรื่องนี้เกิดปัญหา หลินเชิ่งเทียนต้องออกมารับหน้าเอง
“เข้าใจครับ”
หลินเชิ่งเทียนรู้สึกถึงความกดดัน แม้จะไม่มองโลกในแง่ดีขนาดนั้นแล้ว แต่ก็ยังกัดฟันตอบ
ต้องต้านแรงกดดันนี้ให้ได้ ผลลัพธ์ก็มีอยู่สองแบบ
ถ้ารายการประสบความสำเร็จ แผนกแปดจะกลับมาเฉิดฉาย ลบล้างความอัปยศในอดีต!
ถ้ารายการล้มเหลว ตัวเขาในฐานะหัวหน้าแผนกแปดต้องออกไปขอโทษต่อสาธารณะ ไม่แน่ว่าอาจถูกปลดด้วย
เสินฮว่าต้องการคำอธิบายให้กับสังคม นี่คือระเบิดลูกหนึ่ง เขาต้องแบกมันไว้
ไ