เขียนเพลงใหม่ละก็ พี่ขอแนะนำเพลงแนวโบราณให้นาย เพราะต่อไปทุกคนต้องแห่มาเกาะกระแสเพลงโบราณแน่นอน”
“ผมจะลองคิดดู”
หลินจือไปคิดว่าเพลงต่อไปของไป๋ตี้ก็น่าจะเป็นแนวนี้ได้เหมือนกัน อย่างไรก็มี ‘แสงจันทรา’ ปูทางไว้แล้ว ไม่ได้ดูขัดกัน
“เชื่อพี่เถอะ แนวโบราณจะเป็นรหัสลับเรียกกระแสต่อไปแน่ๆ”
พี่สาวพูดด้วยรอยยิ้ม
“แต่กระแสนี้เริ่มจากนาย เพราะงั้นถ้านายจะออกเพลงแนวโบราณอีกก็ไม่มีใครว่านายตามกระแสหรอก กลับกันฉูฉือดูเหมือนจะเกาะกระแสความนิยมของแนวโบราณจาก ‘แสงจันทรา’ ของนายมากกว่า”
“ตนเองเกาะตนเองไม่นับว่าเกาะ”
คำพูดของหลินจือไปมีนัยสองแง่ พี่สาวไม่มีทางนึกถึงความหมายอีกชั้นหนึ่งได้แน่นอน
เพราะพี่สาวรู้จักหลินจือไปดี ว่าน้องชายคนนี้ของเธอไม่ถนัดร้องเพลงจริงๆ
อย่างไรก็คนในครอบครัว จะไม่รู้ได้ยังไงละว่าหลินจือไปร้องเพลงเพี้ยน
ถ้าหลินจือไปร้องเพลงได้ พี่สาวคงอยากให้เขาเป็นศิลปินนักร้องนักแต่งเพลงไปแล้ว
“ที่นายพูดก็ถูกนะ เกาะกระแสตัวเองไม่เรียกเกาะกระแส บางทีพี่ก็รู้สึกว่าฉูฉือจงใจเลียนแบบนายอยู่เหมือนกันนะ ชื่อนายคือไป๋ตี้ ส่วนชื่อเขาก็มาจาก ‘ฉูฉือ’”
“นี่เรียกว่าเลียนแบบเหรอ?”
“แน่นอนสิ ความโดดเด่นไม่เหมือนใคร กลิ่นอายความโอหังเหมือนกัน เลยทำให้เกิดความรู้สึกเดจาวูอยู่หน่อยๆ ถึงแม้ว่าชื่อในวงการของนายเป็นพี่ตั้งให้ก็เถอะ”
“งั้นถ้าเขาอยากเลียนแบบจริงๆ ก็ควรใช้ชื่อ เฮยตี้ หรือไม่ก็ หวงตี้ (จักรพรรดิ/