รียนจบถ้ามีโอกาสดีๆ ก็ช่วยดึงฉันไปด้วยก็พอ”
เฟิงซั่วยิ้มร่า
“ไม่ใช่ว่าฉันหยิ่งหรืออะไรนะ แต่ว่าบางเรื่องมันต้องลุยด้วยตัวเอง ตอนนี้ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังไม่เก่งพอ…”
“อย่างนี้นี่เอง”
หลินจือไปคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า
“ใกล้จะปิดเทอมฤดูหนาวแล้ว ฉันแนะน่างานให้นายดีไหม?”
“แบบนั้นก็เยี่ยมไปเลย!”
เฟิงซั่วดวงตาเป็นประกาย หลินจือไปให้เงินตรงๆ เขารู้สึกเกรงใจ แม้การช่วยแนะนำงานจะถือว่าได้เปรียบอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นทำให้มิตรภาพเปลี่ยนไป
“พ่อฉันกำลังถ่ายละคร นายไปช่วยงานในกองถ่ายแล้วกัน”
เรื่องนี้หลินจือไปไม่จำเป็นต้องให้คุนเผิงออกหน้า แค่ตัวเขาเองโทรบอกพ่อก็พอ ส่วนเฟิงซั่วจะได้ทำอะไรนั้นก็ให้พ่อเป็นคนจัดการ
พ่อคงจะช่วยดูแลเพราะเห็นแก่หน้าเขาอยู่บ้าง จำได้ว่าตอนมัธยมต้น หลินจือไปยังเคยพาเฟิงซั่วกับหยิ่นตงหน่วนไปเล่นที่บ้านตัวเองด้วย
“อันนี้ดีเลย!”
เฟิงซั่วรู้สึกตื่นเต้น แน่นอนเขารู้ว่าพ่อของหลินจือไปคือใคร
“ฉันชอบละครของคุณลุงมากเลย ไม่เกี่ยวกับนายนะ ฉันรู้สึกจากใจจริงว่าเขาทำละครได้มีไอเดียดี ให้ความรู้สึกเหมือนภาพยนตร์เลย ได้ไปอยู่ในกองถ่ายของเขาก็ได้เรียนรู้ฝึกฝนไปด้วย เป็นโอกาสที่หาได้ยากมาก!”
“อืม”
ทั้งสองคนทานข้าวต่อ
หลังจากทานข้าวเสร็จ หลินจือไปก็ส่งข้อความบอกพ่อเรื่องนี้
[เดี๋ยวปิดเทอมให้เพื่อนลูกมาได้เลย]
พ่อรับปากอย่างง่ายดาย ในฐานะผู้กำกับ ในกองถ่ายที่ใหญ่โตแบบนั้นจะจัดตำแหน่งให้ใคร