ายังรู้สึกว่าต้องเป็นอีกฝ่ายเท่านั้น ถึงตอนนั้นค่อยมาต่อสู้กับผู้ใหญ่อย่างพวกข้าก็ยังทัน” เย่อวี๋หรานคลี่คลายเรื่องราวโดยใช้ถ้อยคำเพียงไม่กี่ประโยค
แม้จะยังไม่ได้สะสางลงโดยสมบูรณ์ แต่ก็นับว่าสิ้นสุดลงชั่วคราว
เมื่อเป็นเช่นนี้หลายครั้งเข้า สุดท้ายก็จะถอดใจไปเอง
กลัวก็แต่ทั้งคู่จะหุนหันพลันแล่นจนไม่ฟังคำคัดค้านของใครทั้งนั้น ทำอะไรลงไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
ยกตัวอย่างเช่นเหตุการณ์เมื่อครู่ จูซื่อหู่ถูกภาพที่หลิวไป๋ฮวาพุ่งชนต้นไม้ทำให้สะเทือนอารมณ์จนปะทะกับจูซื่อเสิ่น สองแม่ลูกเกือบจะแตกหักกันเสียแล้ว
“พวกเจ้าสองคนมีอะไรอยากบอกต่ออีกฝ่ายหรือไม่? ถ้ามีอะไรก็บอกกล่าวออกมาให้ชัดเจน อย่าปล่อยให้เกิดความเข้าใจผิด แล้วมาโทษทีหลังว่าผู้ใหญ่อย่างพวกข้าไม่เปิดโอกาสให้พวกเจ้า” สุดท้ายนี้ เย่อวี๋หรานยังไม่ลืมเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้พูดจากัน เพื่อที่ว่าหลังแยกจากกันไปครานี้ พวกเขาจะได้ไม่ลอบมาพบกันลับหลังผู้ใหญ่อีก
จูซื่อหู่ละล้าละลัง ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร
แต่หลิวไป๋ฮวากลับยังไม่ถอดใจไปเสียทีเดียว ถึงจะต้องยอมแพ้ชั่วคราวไปก่อน แต่นางก็ไม่อยากให้ตนเองดูไม่ดีในสายตาของจูซื่อหู่
ดังนั้น นางจึงกล่าวว่า “ข้า…ข้ามีเรื่องอยากพูดกับพี่หู่จื่อ จูต้าเหนียง ข้าขอพูดกับพี่หู่จื่อเป็นการส่วนตัวได้ไหมเจ้าคะ?”
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว “ได้สิ แต่พวกเจ้าต้องรับปากก่อนว่า ถึงพวกเจ้าจะยินยอมพร้อมใจกันทั้งคู่ แต่ถ้ายังไม่ได้หมั้น