เขา จูอู่ก็พอจะรู้สาเหตุ เขากล่าวว่า “เห็นว่าฟ้ามืดแล้ว กลัวว่าท่านพ่อกลับเรือนคนเดียวจะไม่ปลอดภัยจึงมารับท่านขอรับ ท่านพ่อ เมื่อครู่นี้คนอื่นยังอิจฉาท่านพ่ออยู่เลยไม่ใช่หรือ? พวกเขายังชมว่าข้ากตัญญู ข้าได้ยินอยู่นะ แหะ ๆๆๆ…”
เขาหัวเราะน้อย ๆ แสดงออกว่าการที่เขามาไม่ได้ทำให้บิดาขายหน้า แต่ทำให้บิดาเขามีหน้ามีตาต่างหาก
ดังนั้น คนบางคนไม่จำเป็นต้องขุ่นเคืองเช่นนี้ก็ได้
“สาเหตุเบื้องหลังคืออะไร คิดว่าพ่อเจ้าไม่รู้งั้นหรือ?” จูเหล่าโถวกล่าวอย่างกรุ่นโกรธ “เจ้าก็ฟังแต่แม่เจ้านั่นแหละ ข้าเป็นพ่อเจ้านะ ทำไมเจ้าไม่เชื่อฟังข้าบ้าง?”
ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า จูเหล่าโถวรู้สึกว่าจูต้าและจูเอ้อร์ก็หาได้เรียกใช้งานง่ายเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว
บอกให้ทำอะไร พวกเขาก็มักจะตอบกลับมาว่า “ท่านพ่อ ท่านบอกท่านแม่หรือยังขอรับ?”
ถุย! เขาเป็นผู้ชายนะ เป็นหัวหน้าครอบครัว ยังต้องมาปรึกษาเรื่องการเพาะปลูกกับผู้หญิงคนหนึ่งอีกหรือ?
“ข้าเคยไม่เชื่อฟังท่านพ่อด้วยหรือ?” จูอู่แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องด้วยสีหน้างุนงง “ท่านพ่อ ท่านเป็นอะไรไป อยู่ดี ๆ ก็โมโหเช่นนี้ ใครทำให้ท่านโกรธหรือ?”
“นอกจากเจ้าเด็กหน้าเหม็นอย่างเจ้าแล้วยังจะมีใครอีก?”
“ข้าไปทำให้ท่านโกรธได้อย่างไร?”
“เจ้ารู้อยู่แก่ใจ”
“ข้าไม่รู้”
……
จูเหล่าโถวข่มโทสะมาตลอดทาง แทบอยากทุบตีลูกคนนี้สักหลายยก
หากน่าเสียดาย ลงมือไหวหรือไม่คือเรื่องหนึ่ง ตีถูกตัวคนหรือ