สะใภ้ของหมู่บ้านสกุลจูเช่นนี้ บิดาจะตีเจ้าให้ตาย”
ด่าไปพร้อมกับยกมือขึ้น ตบไปที่ใบหน้าของจ้าวกุ้ยเซิง
เพียะ!
จ้าวกุ้ยเซิงถูกตีก็ตกตะลึง “ชู้เช้ออะไรกัน?! ข้าไปยุ่งกับสะใภ้หมู่บ้านสกุลจูของพวกเจ้าเมื่อใดกัน? ข้าแค่มาเยี่ยม…”
ไม่รอให้เขาพูดจบ คนผู้นั้นก็ตีต่อ “เหอะ! เจ้าทำอะไร คิดว่าพวกข้าตาบอดมองไม่เห็นหรือ? พี่น้องพวกเราเอ๋ย ให้ข้าตีเถอะ เหอะ!”
“เหอะ กล้ามาขโมยสะใภ้ของหมู่บ้านสกุลจู สมควรถูกตีจนตาย!”
“ตีมันให้ตาย! กล้ามาขโมยคนหมู่บ้านสกุลจู สั่งสอนบทเรียนให้มันรู้ว่ามาหาเรื่องผิดคนแล้ว”
……
จ้าวกุ้ยเซิงผู้น่าสงสารคิดจะเปิดปากพูดอยู่หลายครั้ง จะแก้ไขความเข้าใจผิดในเรื่องนี้ว่าจริง ๆ แล้วเขามา ‘เยี่ยมคน’ แต่เพราะถูกขัดจังหวะ จึงถูกคนทุบตีชนิดที่เรียกได้ว่าสาหัส
“ไอ้หยา ตาข้า” เขาร้องอย่างเจ็บปวด ใบหน้าปรากฏตาของหมีแพนด้าสองข้างในทันที
จ้าวกุ้ยเซิงทั้งโกรธทั้งลอบด่าในใจว่า ‘ซวย’ นัก ไม่รู้ว่าใครขโมยสะใภ้ของหมู่บ้านสกุลจู แต่กลับโยนปัญหามาให้เขา
อย่าให้เขาเจอตัวนะ เขาจะฆ่ามันให้ตาย
จูหย่งหนิงกลับมาก็เห็นบนถนนไกล ๆ ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งอยู่
เขามัวแต่คิดเรื่องหญิงปากสว่าง เดิมทีก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่ง แต่คนหนึ่งในกลุ่มเห็นเขาก็อุทาน “ลุงหนิง?! ลุงหนิง รีบมาดูเร็ว พวกข้าช่วยเจ้าจับชายชู้ไว้แล้ว…”
จูหย่งหนิง “…”
ชายชู้ของเมียเขา?!
ครั้นคิดเรื่องถูกสวมหมวกเขียวมาตลอด ทั้งยังถูกผู้คนมากมายถึงเพียงนี