เขาไม่ต้องการแล้ว เจ้ายังจะคะยั้นคะยอให้เขาดูตัวอีก เจ้าคิดว่าไป๋ฮวาเป็นอะไร? เป็นคนชั้นต่ำเรอะ? ของที่ไม่มีใครต้องการ ให้เปล่าคนเขายังไม่เอา ข้าว่าควรเอาไปแลกสะใภ้ดีกว่า ถึงจะไม่มีสินสอด แต่อย่างน้อยก็แลกเมียเลี้ยง[1] มาให้สกุลหลิวได้…”
ภรรยาของหลิวเหวินเกินไม่กล้าโต้แย้งแม่สามี แต่กลับร่ำไห้คุกเข่าลงตรงหน้าประตูเรือน อ้อนวอนขอร้องเย่อวี๋หราน “จูต้าเหนียง ข้าคุกเข่าให้ท่านแล้ว ขอร้องท่านล่ะ มอบทางออกให้ไป๋ฮวาลูกข้าด้วยเถอะ ฮือ ๆๆ…ข้ามีลูกสาวแค่คนเดียว ข้าไม่อยากให้นางถูกคนเอาตัวไปแลกสะใภ้ ครอบครัวที่ยอมแลกสะใภ้ได้จะมีคนดี ๆ ด้วยหรือ? ครอบครัวที่หาเมียแต่งไม่ได้ แม้แต่ข้าวก็ยังไม่มีกิน ถ้าไป๋ฮวาถูกแลกไปก็คงต้องไปเป็นวัวเป็นม้ารับใช้คนอื่น…”
นางร่ำไห้รำพันว่าครอบครัวหนึ่งทางฝั่งตะวันออกในหมู่บ้านของบ้านเดิมของนางก็เคยถูกเอาตัวไปแลกสะใภ้มาก่อน ปรากฏว่าอายุไม่ครบสิบแปดก็ถูกคนเป็นสามีทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต
ตรากตรำทำงานแต่กลับไม่ได้กินข้าว น่าสังเวชยิ่งแล้ว
ครั้นเพื่อนบ้านได้ยินเช่นนั้น ในใจก็อดจะสงสารไม่ได้ นึกเห็นใจภรรยาของหลิวเหวินเกิน
คนเหล่านั้นไม่กล้าขอร้องเย่อวี๋หรานที่มีสีหน้าไร้ความรู้สึก แต่หันไปพูดกับจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่น “ไม่อย่างนั้นก็ดูตัวไปเถอะ ไป๋ฮวาน่าสงสารมากจริง ๆ”
“น่าสงสารจริง ๆ ตั้งแต่เล็กเพิ่งหัดเดินได้ก็ถูกย่าของนางใช้งานเสียแล้ว เด็กคนนี้รู้ความยิ่งนัก ให้ทำอะไร