จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นเห็นเช่นนั้น ในใจก็บังเกิดความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
ลูกชายข้าอยู่ต่อหน้าข้ายังไม่ว่านอนสอนง่ายขนาดนี้ ทำไมพออยู่ต่อหน้าป้าของเขาก็เปลี่ยนไปราวกับมุสิกเผชิญแมวเช่นนี้เล่า?
แม้จะคิดว่าไม่ยุติธรรม แต่เมื่อพวกนางสองคนคิดถึงว่าบางครั้งตนเองยังกลัวหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์อยู่มาก จึงได้แต่ระงับโทสะ
คนชนบทไม่ได้พิถีพิถันอะไรมากมาย หาได้ถือสาเรื่องชายหญิงที่ยังไม่แต่งงานไม่อาจพบหน้า เพราะหากเป็นเช่นนั้น สาวน้อยชนบทก็คงไม่ต้องไปทำนากันแล้ว
ขณะที่ในทางปฏิบัติ แม้แต่จูปาเม่ยก็ยังต้องช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเรือนอยู่เสมอ ถึงฤดูกาลเพาะปลูกก็ต้องไปช่วยงานในทุ่งนา ลูกสาวครอบครัวใดบ้างไม่ได้เติบโตมาเช่นนี้?
แน่นอนว่าหากหมั้นหมายแล้วหรือต้องไปดูตัว เพื่อไม่ให้แม่นางน้อย ‘ขี้ริ้ว’ เกินไปนัก ครอบครัวที่รักเอ็นดูลูกสาวก็จะให้ลูกสาวเก็บตัวอยู่ในเรือน ให้พวกนางดูแลรักษาตัวเองให้งดงามสักหน่อย ครอบครัวฝ่ายชายจะได้ไม่รังเกียจ
แม่นางหลิวเยี่ยนก็จัดอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อรับรู้ว่าต้องดูตัว นับตั้งแต่เข้าฤดูใบไม้ผลิเป็นต้นมา ครอบครัวนางจึงไม่ให้นางออกมาทำนาอีก
ในฐานะลูกสาวคนโต ซักผ้าทำอาหาร งานบ้านงานเรือนย่อมไม่ต้องพูดถึง กอปรกับฐานะครอบครัวไม่เลว จึงนับว่านางมีชีวิตที่ค่อนข้างสุขสบาย
เรื่องเดียวที่ทำให้นางปวดเศียรคงเป็น หลิวเอ้อร์เม่ย ลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงของนางผู้นั้นแล้ว
นอกจากจะไม่ฉลาด