แย้งหรือไม่เข้าใจกันตรงไหน ก็ให้เอาสัญญาขึ้นมา หาคนรู้หนังสือสักคนมาอ่านให้ชัด ๆ ก็เข้าใจได้แล้ว
เย่อวี๋หรานรู้หนังสือ อ่านออกเขียนได้ แต่ช่างไม้ไฉไม่เหมือนกัน เขาอายุมากแล้ว เป็นพวกถึงเบิกตากว้างก็มองไม่เห็น[1]
แต่ละครั้งที่ต้องเขียนสัญญา หากอยู่ในหมู่บ้านก็มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ แต่ถ้าอยู่ข้างนอกก็จ่ายเงินหนึ่งหรือสองเหรียญ หาบัณฑิตสักคนมาช่วยเขียน
สมัยก่อนตอนที่เขาไม่ได้เขียนสัญญา ก็เคยถูกนายจ้างหลอกลวงหรือรังแกมาแล้ว
แต่เมื่อมีสัญญา เรื่องราวก็จัดการง่ายขึ้นมาก พวกเราเขียนสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรขนาดนี้แล้ว ท่านยังจะบิดพลิ้วอีกหรือ?
เวลาผ่านไปไวดุจศรพุ่ง
รู้สึกเหมือนเพิ่งจะปลูกมันเทศไปได้ไม่นานเท่าไหร่ เถามันเทศก็แผ่คลุมผืนดิน ตัดไปเลี้ยงหมูชุดแล้วชุดเล่า ประหยัดแรงได้ไม่น้อย
หลายคนพูดหยอกหลิ่วซื่อว่า “เจ้าวาสนาดีนัก แม่สามีดีต่อเจ้าจริง ๆ แลกหมูมาเพิ่มให้เจ้าตัวหนึ่งยังไม่พอ ยังปลูกหญ้าเลี้ยงหมูเองอีกด้วย ไม่ใช่วาสนาที่ใคร ๆ ก็สามารถคว้าได้เลยนะ”
หลิ่วซื่อหน้าบาง เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่ตอบคำถามใด ๆ
ถ้าหลิ่วซื่อไม่ว่างมา หลี่ซื่อก็จะหาเวลามาตัดหญ้าเลี้ยงหมูแทน ถ้ามีคนมาพูดกับนางเช่นนี้ นางก็จะยิ้มแย้มตอบกลับไปว่า “ทำอย่างไรได้ แม่สามีของข้าเป็นคนดีนี่นา ถ้าเจ้าอิจฉา ทำไมไม่ออกเรือนมาสกุลจูของพวกข้าแต่แรก? จูซานกับจูชีบ้านพวกข้ายังไร้คู่ครองอยู่นะ”
“อิจฉาล่ะสิ? กลับไปบอกให้แม