บ้านนอกไม่ใช่หรือไง?
เมื่อเห็นชาวบ้านจับผู้ช่วยชายทั้งสองคนไป เผิงอีอีจึงรู้ว่าตนคงหนีไม่พ้นหากไม่มีเหตุผลที่ดี เธอจึงยอมทุบหม้อข้าวตัวเองทิ้ง “ถึงฉันจะเต้นบนหลุมศพ ฉันก็ยังไม่ได้ขุดมันขึ้นมาอยู่ดี ในเมื่อไม่ได้ทำผิดกฎหมาย คุณจะจับฉันไม่ได้!”
“อีกอย่างคนจากหมู่บ้านคุณถูกฝังอยู่ในหลุมศพนี้หรือเปล่า? ถ้าคุณไม่เอาหลักฐานมาพิสูจน์ คนที่อยู่ใต้หลุมศพนี่อาจเป็นบรรพบุรุษของฉันก็ได้!”
‘ถึงการกระทำนี้จะอุกอาจเกินไป แต่จะพิสูจน์ยังไงว่าคนที่ถูกฝังอยู่คือพ่อเราละเนี่ย? ต้องขุดหลุมศพ แล้วนำไปชันสูตรพลิกศพเลยหรือเปล่า?’
เมื่อเห็นชาวบ้านเงียบปาก เผิงอีอีก็ยิ้มอวดดี “หลุมศพนี้อาจเป็นบรรพบุรุษของฉัน จะเป็นอะไรถ้าฉันจะกระโดด หรือถ้าฉันอยากจะขุดขี้เถ้าของพวกเขาขึ้นมา!”
ก่อนจะมาที่นี่ เธอได้ยินจากเด็ก ๆ ในหมู่บ้านว่าเจ้าของหลุมศพนี้ไม่มีลูกหลาน และเป็นผีขี้เหงา มีแค่ชาวบ้านใกล้เคียงเท่านั้นที่สักการะเขา
พวกเขาจึงไม่สามารถแสดงหลักฐานได้!
“เอาอย่างนั้นเหรอ? เผิงอีอี ฉันให้โอกาสคุณยอมรับผิดแล้วนะ แต่คุณก็ยังไม่สำนึก” เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้เกลียดคนโง่ หรือคนมีความทะเยอทะยาน
แต่เธอเกลียดคนที่ทั้งโง่แต่ยังทะเยอทะยาน เพราะคนแบบนี้มักทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองโดยไร้ซึ่งสามัญสำนึก โดยเฉพาะเผิงอีอีกับทีมงานของเธอ
“คุณคิดว่านี่เป็นหลุมศพที่ไม่มีเจ้าของ เลยจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบใช่ไหม?”
น้ำเสียงของไป๋ลู่แฝงไว้ด