นพร้อมกับของที่ยืมมา
โดยทั่วไปแล้วบุรุษสกุลจูรับหน้าที่นำสิ่งของไปคืน ส่วนพวกผู้หญิงรับหน้าที่จัดการกับอาหารที่เหลือ เช็ดโต๊ะล้างถ้วยชาม ปัดกวาดทำความสะอาด
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดที่สุดของสกุลจูย่อมอยู่ช่วยเหลือด้วยเช่นกัน
เมื่อทำทุกอย่างแล้วเสร็จ ฟ้าก็มืดแล้ว
“พี่สะใภ้ จัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว ถ้าไม่มีเรื่องอันใดอีก พวกข้ากลับก่อนนะเจ้าคะ” แม้จะไม่เต็มใจ แต่จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นก็ยังต้องฝืนใจมากล่าวลาต่อหน้าเย่อวี๋หราน
อย่าเห็นว่าปกติเวลานางอยู่ลับหลังเย่อวี๋หรานมักจะทำตัวร้ายกาจ บอกว่าไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น แต่เมื่อต้องมาอยู่ต่อหน้าเย่อวี๋หราน ทั้งสองกลับรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
เย่อวี๋หรานเห็นแล้วก็รู้สึกว่าน่าขัน เรียกหาจูปาเม่ย “ปาเม่ย อาสะใภ้สามกับอาสะใภ้สี่ของเจ้าจะไปแล้ว เจ้าไปส่งทีเถอะ”
“เจ้าค่ะ ข้ามาแล้ว” จูปาเม่ยขานรับแล้วฉวยตะกร้าใบหนึ่งเดินมาหา
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่ารู้งานยิ่งนัก เห็นว่าอาหญิงจะไปข้างนอกก็ลุกขึ้นเดินมาด้วยกัน พวกเขายังไม่ลืมกล่าวกับจูชีว่า “อาเจ็ด ท่านนั่งตรงนี้อย่าไปไหนนะขอรับ พวกข้ากับอาหญิงออกไปข้างนอกเดี๋ยวเดียวก็กลับมาแล้ว”
ถึงอย่างไรปีนี้อาหญิงก็อายุมากกว่าสิบขวบแล้ว ออกไปข้างนอกตามลำพังก็อันตราย
จูปาเม่ย “อาสะใภ้สาม อาสะใภ้สี่ ข้าไปส่งพวกท่านนะเจ้าคะ”
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่า “ท่านย่าสาม ท่านย่าสี่ พวกข้าไปส่งพวกท่าน