หมู่บ้านเดียวกัน ช่วยเหลือกันก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว”
“ไม่ใช่เลย เรื่องที่ควรขอบคุณอย่างไรก็ต้องขอบคุณ คนเราต้องเรียนรู้ที่จะรู้สึกสำนึกบุญคุณ ถ้าคนอื่นช่วยเจ้าสักนิด แล้วเจ้าไม่รู้จักขอบคุณคนอื่น ภายหลังยังจะมีใครยินยอมมาช่วยเจ้าอีกหรือ?”
จูเหล่าโถวได้ยินก็มองไปยังแม่ม่ายฉินที่อ่อนโยนและนุ่มนวลพลางถอนหายใจ “เจ้าจิตใจดีมากจริง ๆ! ผู้หญิงที่ดีเช่นเจ้า ควรจะหาผู้ชายดี ๆ สักคน…”
ไม่รอให้เขาพูดจบ แม่ม่ายฉินก็ส่ายหน้าให้เขาอีกครั้ง “พี่ใหญ่จู ไม่ใช่ว่าผู้ชายทุกคนจะดีเหมือนเจ้า จูต้าเหนียงโชคดีมากจริง ๆ ที่ได้พบกับผู้ชายที่ดีเช่นเจ้า แต่ข้า…มีโชคชะตาเช่นนี้ ข้าก็ทำได้เพียงต้องแบกรับไว้เท่านั้น”
พูดมาถึงตรงนี้ บนใบหน้าก็แสดงถึงความอ้างว้างและเจ็บปวด
นางมองไปยังที่ไกล ๆ อย่างไม่รู้ว่ามองไปที่ใด
จูเหล่าโถวรู้สึกทุกข์ใจอย่างไม่รู้เหตุผล อยากยื่นมือออกไปปลอบใจนาง
เขายกมือขึ้นมากลางอากาศ แต่เมื่อคิดถึงสถานะของตัวเองในตอนนี้เห็นว่าไม่เหมาะสม จึงเก็บมือกลับไป
แม่ม่ายฉินมองเห็นทางหางตา แต่ยังคงแสร้งทำเป็นไม่เห็นและถอนหายใจต่อ “เฮ้อ…ถ้าในยามนั้นคนที่แต่งงานกับพี่ใหญ่จูเป็นข้าก็คงจะดี”
จูเหล่าโถวนิ่งเงียบไม่กล้าตอบรับ
ยามนั้นถ้าให้พูด เขาก็รู้จักกับแม่ม่ายฉินจริง ๆ ทั้งยังเป็นชายหญิงที่ยังไม่แต่งงาน แต่ด้วยสภาพครอบครัวของเขาในยามนั้น เป็นไปไม่ได้ที่แม่ม่ายฉินจะสามารถแต่งงานกับเขา
จุดนี้จูเหล่าโถวเ