นแล้ว แต่ผลคือแม่น้ำขุนเขานั้นเปลี่ยนง่าย แต่สันดานนั้นเปลี่ยนยาก[1]
หญิงผู้นี้ชอบที่จะ ‘เอาเปรียบ’ ผู้อื่น
แต่ในใต้หล้ามีที่ไหนที่จะให้เอาเปรียบได้ถึงเพียงนั้น? หรือหญิงผู้นี้เป็นศูนย์กลางของโลก เช่นนั้นคนจึงล้วนต้องยอมให้งั้นหรือ?
หญิงปากสว่างเห็นเย่อวี๋หรานกำลังจะเดินไปก็ร้อนใจ รีบจับนางไว้ทันที “นี่ เจ้าอย่าเพิ่งไปสิ ข้าพูดจริงนะ ขอเพียงแค่เจ้าจัดการเรื่องนี้ให้สำเร็จ ภายหลังข้าจะให้ผลประโยชน์แก่เจ้าอย่างแน่
นอน”
“ไม่ต้องหรอก ขอบใจ ข้าเกรงว่าคงเป็นเรื่องยาก” เย่อวี๋หรานสะบัดมือออกและเดินจากไป
นอกจากคอยดูเรื่องการสร้างเรือน เย่อวี๋หรานก็ยังไปเดินดูไร่ทุกวัน เพื่อเฝ้าดูที่ดินหลายหมู่ที่นางรับผิดชอบด้วย
อันที่จริงแล้ว ถึงแม้นางจะไม่ไปก็ไม่เป็นไร เพราะมีคนที่ใส่ใจที่ดินเหล่านั้นมากกว่านางอยู่
หนึ่งคือถู่ตี้เฉินกานอี้เซียนที่อยู่ในถ้ำซึ่งเป็นที่สถิตของเทพ อีกหนึ่งคือจูเหล่าโถวที่กลัวว่าครอบครัวตัวเองจะอดอยาก
เรื่องที่ข้าวสาลีฤดูหนาวเกือบถูกคนขโมยไปเมื่อครั้งก่อน ทำให้กานอี้เซียนได้รับ ‘บทเรียน’
เขาจึงคอยเฝ้าระวังอยู่เสมอ เพราะเกรงว่าจะมีคนคิดมาเล่นงานที่ดินของเย่อวี๋หราน ถึงครานั้นหากแผนการของเย่อวี๋หรานล้มเหลว แผนการของเขาก็จะพังไม่เป็นท่า
ตราบใดที่มีคนมากมายจับตามองที่นั่น และหากมีเจตนาร้าย เขาจะรีบหาทางทำอะไรสักอย่างให้คนสกุลจูรู้ตัว
เมื่อมีการคุ้มครองจากถู่ตี้เฉิน ที่ดินเหล่านั้