กฝ่ายจะดื้อด้านเช่นนี้ จึงรู้สึกปวดเศียรขึ้นมา
“ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” มารดาของหลิวต้าซุ่นก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องเช่นกัน นางเอ่ยขึ้นทันควันว่า “วั่งไฉ ข้าเห็นเจ้ามาตั้งแต่เล็กจนโต มีเรื่องอะไรที่เจ้าพูดกับข้าไม่ได้ด้วย
หรือ? พวกเราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันนะ ไปไหนมาไหนก็ได้พบกันบ่อย ๆ ถ้าเจ้าไม่พูดให้ชัดเจน พวกเรายังจะเป็นเพื่อนบ้านกันต่อไปได้อย่างไร?”
ด้านข้างมีคนส่งเสียงอุทานขึ้นมา “ยังจะมีอะไรให้พูดกันอีก? หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนั้นถือมีดไปถึงเรือนเจ้าหน้าที่แล้ว ทวงคนกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสโดยตรง ถ้าไม่ส่งคนออกมา นางก็จะให้พวกเราได้เห็นดีกันน่ะสิ”
“ว่าอย่างไรนะ?! ทำไมไปที่เรือนเจ้าหน้าที่ล่ะ?!” มารดาของหลิวต้าซุ่นตื่นตะลึง
“ข้าจะไปรู้หรือ? อย่างไรเสีย คนนั่งเกวียนเทียมวัวมา พอลงจากเกวียนก็ตรงไปที่เรือนเจ้าหน้าที่ ตอนนี้มีคนมุงอยู่ที่เรือนเจ้าหน้าที่เยอะแยะเชียวล่ะ พวกข้าถูกส่งมาทางนี้เพื่อมารับคนโดยเฉพาะ”
“ไม่ได้! ส่งคนให้พวกเจ้าไม่ได้เด็ดขาด ถ้าส่งคนให้พวกเจ้าแล้ว พวกข้าจะทำอย่างไร?” มารดาของหลิวต้าซุ่นร้อนใจ นางกล่าวว่า “พวกข้ายังต้องใช้จุดอ่อนนี้ต่อกรกับหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์อยู่นะ ไม่มีแต้มต่อตรงนี้ พวกข้าจะเอาอะไรไปรับมือหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์?”
“หลิววั่งไฉ เสียแรงที่ข้าเห็นเจ้าเป็นพี่น้อง” หลิวต้าซุ่นมีท่าทางผิดหวังอย่างมาก เขาจ้องหลิววั่งไฉตาไม่กะพริบ “เจ้ากลับมาทำแบบ