านเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวว่า “แจกน้ำ”
“หา?” หลี่ซื่อตะลึง
“ข้ากระหายน้ำแล้ว”
หลี่ซื่อ “…”
ตอนนี้ใช่เวลามาดื่มน้ำไหม?
แต่นางไม่กล้าพูด ทำได้เพียงหยิบถ้วยขึ้นมาเทน้ำแล้วส่งไปให้
ด้านข้างกันนั้น หลิ่วซื่อและหลิวซื่อลอบสังเกตสีหน้าของเย่อวี๋หราน
จูซื่อได้ยินว่าจูอู่ถูกคนตีก็นึกร้อนใจ รีบกล่าวกับหลี่ซื่อว่า “หรูตง ตกลงคนถูกตีได้อย่างไรกันแน่ เจ้าไม่รู้จริง ๆ หรือ?”
หลี่ซื่อส่ายหน้า “ไม่รู้ ข้าถามแล้ว ท่านป้าคนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน”
นางไม่กล้าบอกเรื่องที่จูอู่และภรรยาถูกคนตีร่างโชกเลือดด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่ามารดาจะโมโหจนรับไม่ไหว
“ท่านแม่ ข้าไปหมู่บ้านสกุลหลิวกับท่านด้วยขอรับ” จูซื่อกับจูอู่อายุไล่เลี่ยกัน ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องดีมาตลอด เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายเกิดเรื่อง เขาจะอยู่เฉยได้อย่างไร?
แทบอยากลุกขึ้นมาสวมรองเท้า แล้ววิ่งไปหมู่บ้านสกุลหลิวเสียเดี๋ยวนั้น
“ร้อนใจไปไย? น้ำไกลไม่อาจดับไฟใกล้[1] หมู่บ้านสกุลหลิวอยู่ไกลจากหมู่บ้านของพวกเรา เจ้ารีบไปตอนนี้ คนก็คงเย็นชืดหมดแล้ว” เย่อวี๋หรานหันมามองเขานิ่ง ๆ
จูซื่อยิ่งร้อนใจมากกว่าเดิม “ท่านแม่ ท่านรู้ทั้งรู้แล้วยังนั่งอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร? ไฟไหม้มาถึงขนคิ้วแล้ว[2] ถ้าชักช้าอาจเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริง ๆ ก็ได้นะขอรับ”
คนทั้งหมดล้อมกันเข้ามา สีหน้าไม่ต่างกันมากนัก
เย่อวี๋หรานจนปัญญา คนสกุลจู ‘ความจำเป็นเลิศ’ โดยกำเนิด แต่ดูเหมือนจะถูกเจ้