ารเดียวกับที่ปลูกผักมาปลูกข้าวนาน้ำหรือนี่?
แต่ข้าวนาน้ำกับผักเป็นคนละเรื่องกัน ภรรยาของเขามั่นใจว่าจะทำสำเร็จหรือ?
เทียบกับเย่อวี๋หรานที่ต้องเตรียมสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ล่วงหน้ามากมาย ทางด้านจูเหล่าโถวกลับสบายกว่ามาก
จัดการทุ่งนาเสร็จแล้วก็หว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป จากนั้นค่อยมาหาบน้ำทุกวันก็พอ
เย่อวี๋หรานครุ่นคิด อะไรกัน แรงงานในครอบครัวล้วนถูกใช้เพื่อหาบน้ำงั้นหรือ?
ไม่แปลกเลยที่ตั้งแต่ช่วงเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว พวกผู้ชายสกุลจูล้วนยุ่งกันไม่หวาดไม่ไหว ทั้ง ๆ ที่รู้จักข้าวนาน้ำ ทำไมไม่รู้จักล้อมดินก่อคันนาทำนาน้ำขึ้นมาเล่า?
แท้จริงแล้วตอนเริ่มแรกใช่ว่าจะไม่เคยมีคนคิดเช่นเดียวกับเย่อวี๋หรานมาก่อน ก่อดินล้อมที่นาเพื่อกักน้ำ แต่ปัญหาก็คือ เหตุที่เรียกดินแห้งว่าดินแห้ง ก็เพราะว่ามันไม่สามารถอุ้มน้ำได้ดีนั่นเอง
ดังนั้นแล้ว อาศัยเพียงการก่อดินล้อม แต่ไม่ไถนา แล้วจะกักเก็บน้ำเอาไว้ได้อย่างไร?
ต่อมาทุกคนก็ค้นพบว่าการมีคันนากับไม่มีนั้นหาได้แตกต่างกันแต่อย่างใด บางคนแอบอู้ก็ทำส่ง ๆ ไปอย่างนั้น แล้วหันไปหาบน้ำทุกวันแทน
เย่อวี๋หราน “…”
นางคล้ายจะรู้สาเหตุที่คนสมัยนี้อดอยากกันแล้ว
ทำนาน้ำไม่เป็น แต่กลับเอาดินแห้งมาทำนาน้ำ พวกเขาสามารถปลูกข้าวออกมาได้ก็นับว่าร้ายกาจมากแล้ว
ในไม่ช้าจูเหล่าโถวก็ค้นพบความแตกต่างระหว่างเขากับภรรยา ฝั่งพวกเขายุ่งกันสายตัวแทบขาด ทั้งวันต้องหาบน้ำ แต่ทางด้าน