‘หาเงิน’ แต่ความคิดนั้นจะสามารถทำเงินได้สักเท่าไหร่เชียว?
รายได้เพียงเล็กน้อยเช่นนั้นจะไปเทียบกับการค้าขายของพวกผู้หญิงได้เสียที่ไหน พวกเขาทั้งหมดทำงานหาเงินอย่างเหนื่อยยาก พวกผู้หญิงก็เช่นกัน…
คนขายเนื้อแซ่หลี่ได้ยินข่าวเรื่อง ‘ปุ๋ยหมัก’ และยังได้ยินว่าพวกเขาได้เจรจากับเจ้าหน้าที่ทางการของหมู่บ้านสกุลจูและผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลจูแล้วว่าจะรับสอนครั้งละสิบเหรียญสอนจนกว่าจะทำเป็น รับรองว่าจะทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้น หัวใจก็พลันเต้นแรงขึ้นชั่วขณะ
เป็นเรื่องจริงที่เขาชำแหละหมู แต่กิจการการชำแหละเนื้อหมูก็ทำเงินได้แค่ช่วงตรุษจีนเท่านั้น ในยามปกติก็ยังไปทำไร่ไถนา
เช่นนั้นเรื่องเกี่ยวกับ ‘ปุ๋ย’ เขาจะไม่เป็นกังวลได้อย่างไร?
คนขายเนื้อแซ่หลี่จึงตกตะลึงที่ ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ ยอมให้ลูกสะใภ้กุมเงินไว้ และเขายังรีบถามเรื่อง ‘ปุ๋ยหมัก’ อีกด้วย เพราะถ้าเรื่องนี้เป็นความจริง เขาก็ยินดีจ่ายเงิน ‘สิบเหรียญ’ เพื่อเรียนรู้ทักษะนี้
หากเขาเรียนรู้แล้ว เขาก็ยังสามารถไปถ่ายทอดความรู้ต่อให้พี่น้องและลูกหลานได้ด้วย เทียบกับการที่ปีหน้าต้องเอาเงินไปซื้อปุ๋ยคอกบ้านคนอื่น นั่นก็ไม่รู้ว่าคุ้มเท่าไหร่แล้ว
ด้วยเหตุนี้จูเหล่าโถวที่เพิ่งส่ง ‘ซองแดง’ ให้ ก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มันกลับมาอยู่ในมือของจูเหล่าโถวอีกครั้ง
“…”
ข้าบ่นเรื่องยายแก่บ้านข้าเฉย ๆ เจ้ากับข้าไม่ได้มาทำการค้ากันเสียหน่อย
เย่อวี๋หรานที่กำลัง