ะค่อย ๆ กวาดสายตามองพวกนางพลางพูดว่า “สิ่งนี้ก็เหมือนกับชาดกับผ้าย้อมสีที่เสี่ยวเม่ยดูแลอยู่ มันเป็นวิธีลับเผยแพร่ต่อไม่ได้ ครอบครัวพวกเราจะสามารถทำกำไรได้หรือไม่ก็ต้องพึ่งมันแล้ว”
ทุกคนเบิกตากว้าง
“จริงหรือเจ้าคะ?!” หลี่ซื่อรีบพูดอย่างปลาบปลื้ม “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านไม่ต้องกังวล ตราบใดที่ท่านส่งมอบกิจการนี้ให้ข้า ข้าจะทำให้มันได้กำไรมากมายแน่นอนเจ้าค่ะ”
“รอให้ฆ่าหมูเสร็จ ข้าจะเข้าครัวทำอาหารให้พวกเจ้าเอง และจะสอนพวกเจ้าว่าใช้ซีอิ๊วอย่างไร” ในหัวของเย่อวี๋หรานมีภาพขาหมูตุ๋น หูหมูตุ๋น และซี่โครงหมูตุ๋นเลื่อนผ่านไปเป็นฉาก ๆ จนรู้สึกหิวขึ้นมาเสียเอง
ผ่านมาถึงตอนนี้ก็นานมากแล้วที่ไม่ได้แตะของอร่อยพวกนี้ นางคิดถึงมันเสียจริง ๆ!
แม้ว่าลูกชายสกุลจูจะมีหลายคน แต่ก็ไม่มีคนไหนที่รู้วิธีชำแหละหมู พวกเขาจึงเชิญคนขายเนื้อแซ่หลี่จากหมู่บ้านข้าง ๆ มาช่วย
เมื่ออีกฝ่ายมาชำแหละหมูก็ต้องห่อ ‘ซองแดง’ เพื่อเป็นสิริมงคล
นอกจากนี้เจ้าบ้านยังสามารถให้เนื้อหมูอีกฝ่าย เพื่อให้อีกฝ่ายเอากลับไปได้ด้วย
กล่าวได้ว่าบ้านของคนขายเนื้อแซ่หลี่ไม่เคยขาดแคลนเนื้อไว้กินเลย กินจนอ้วนแล้วอ้วนอีก
“โอ้โหจูเหล่าโถว หมูของบ้านเจ้าอ้วนพีเชียวนะ” คนขายเนื้อแซ่หลี่เดินเข้าไปในเล้าหมูของบ้านสกุลจู พอเห็นแล้วก็เอ่ยปากชมทันที
ตัวเองฆ่าหมูมานานหลายปีขนาดนี้ ยังไม่เคยเห็นหมูที่ไหนอ้วนพีขนาดนี้มาก่อน
จูเหล่าโถวค่อนข้างอิ่มอกอิ่มใจ แต่ก็