พักผ่อนไปก่อนเถอะ ข้าจะไปแจ้งฮูหยิน”
หลังจากหญิงรับใช้ผู้นั้นจากไปแล้ว จางเยียนก็ถามสาวใช้ว่านั่นคือใคร
สาวใช้บอกนางว่านั่นคือ ‘แม่นมจาง’ เป็นแม่นมของฮูหยิน เป็นคนโอบอ้อมอารียิ่งนัก ส่วนรถม้าคันนี้กำลังติดตามฮูหยินของพวกนางลงใต้ เพื่อไปอยู่กับนายท่านที่ไปรับตำแหน่งที่นั่น
รับตำแหน่ง? จางเยียนนึกยินดี “นายท่านเป็นขุนนางหรือ?”
สาวใช้ยิ้มเล็กน้อย “ไม่ใช่ขุนนางใหญ่โตอะไรหรอก เป็นนายอำเภอน่ะ”
“นายอำเภอหรือ…” นั่นเป็นขุนนางที่มีอำนาจมากเพียงไหนกัน ชั่วชีวิตนี้นางยังไม่เคยได้พบขุนนางใหญ่มาก่อน
จางเยียนพลันรู้สึกได้ว่าวาสนาของนางมาถึงแล้ว
แม้จะคิดเอาไว้ดีแล้ว แต่คนสกุลเหมยก็ยังมาถึงเร็วกว่าพวกเจ้าหน้าที่ทางการและผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านอยู่เล็กน้อย
พวกเขามาคราวนี้ก็แบกทั้งจอบและท่อนไม้ตรงไปเรือนสกุลจู
เพราะการตายของแม่เฒ่าเหมย ประกอบกับสีท้องฟ้าที่แลดูอึมครึมเหมือนฝนจะตก วันนี้เย่อวี๋หรานจึงไม่ให้คนในครอบครัวออกไปข้างนอก แต่ให้ ‘อยู่ว่าง’ ในเรือน
ทว่าก็ไม่เชิงว่า ‘อยู่ว่าง’ เสียทีเดียว สตรีสกุลจูยังคงยุ่งยิ่งนัก อาหารสามมื้อ ซักล้างกวาดถู ยังมีเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ยังทำไม่เสร็จ
จูซานไม่วางใจแหปลาในแม่น้ำ จึงอาศัยช่วงที่ฝนยังไม่ตกพาน้องชายสองคนไปดูสักหน่อย
พวกเขาไม่ได้หวังว่าคราวนี้จะจับปลากลับมาได้ เพียงไปเก็บแหกลับมาก่อนที่จะถูกฝนตกซัดหายไปเท่านั้น
“พี่สาม ท่านดู แหอันนี้ขาดแล้ว รูใหญ่เบ้อเร่อ