“ดาวเหวินฉวี่[3] ลงมาจุติแล้ว นี่คือดาวเหวินฉวี่มาจุติในโลกมนุษย์ชัด ๆ!”
“ร้ายกาจยิ่งนัก! อายุไม่เท่าไหร่ก็ท่องตำราได้เยอะขนาดนี้แล้ว ยอดเยี่ยมจริง ๆ!”
“จูเหล่าโถว เจ้ามีวาสนายิ่งนัก”
“สกุลจูของพวกเจ้าโชคดีแล้ว”
……
คนไม่น้อยรุดไปแสดงความชื่นชมยินดีต่อหน้าพ่อเฒ่าจู แม่เฒ่าจู และจูเหล่าโถว ราวกับความชอบทั้งหมดล้วนเป็นของพวกเขา
เย่อวี๋หรานที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำทุกอย่างกลับถูกทุกคนมองข้าม
เย่อวี๋หราน “…” ข้าเป็นคนสอน ควรขอบคุณข้าไม่ใช่รึ?
พ่อเฒ่าจู แม่เฒ่าจู และจูเหล่าโถวมีรอยยิ้มกว้างประดับใบหน้า กระทั่งจูเหล่าซานกับจูเหล่าซื่อที่เป็นน้องชายของจูเหล่าโถวก็พลอยรู้สึกมีหน้ามีตาไปด้วย
มันแน่นอนอยู่แล้วนี่นา ในบรรดาหมู่บ้านทั่วบริเวณเชิงเขาไท่ตังมีครอบครัวชาวนาครอบครัวไหนบ้างที่สามารถสั่งสอนเด็กให้ท่องตำราได้เหมือนพวกเขา?
ไม่เพียงท่องตำเท่านั้น ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ายังสามารถคิดคำนวณได้อีกด้วย
จูเหล่าโถวตั้งโจทย์คำนวณเลขให้เด็กทั้งสองต่อหน้าทุกคน “มา ๆๆ ต้าเป่า บอกท่านลุงท่านป้าที่นั่งอยู่ตรงนี้หน่อยว่าในลานเรือนมีม้านั่งอยู่กี่ตัว?”
ต้าเป่า “…ท่านปู่ นี่ไม่ใช่โจทย์คิดคำนวณขอรับ”
“ทำไมจะไม่ใช่เล่า?”
“ท่านปู่ ท่านควรจะถามว่า สมมติในลานเรือนมีคนอยู่หนึ่งร้อยคน ถ้ามีม้านั่งยี่สิบห้าตัว ม้านั่งแต่ละตัวจะรองรับคนได้กี่คน?”
จูเหล่าโถวไม่เข้าใจสักนิด เขาปัดมือไปมา กล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “เจ้าไม่ต้อ