านี้ยังมีคนรังเกียจที่ข้าสอนตำราให้คนในครอบครัว หาว่าสร้างปัญหาให้ผู้อื่น ตอนนี้รู้ข้อดีของการร่ำเรียนหรือยัง?”
“และก็เป็นเพราะข้าเคยเป็นสาวใช้ในบ้านสกุลใหญ่มาก่อน จึงได้เรียนรู้อะไรมาเล็กน้อย มิฉะนั้นจะคิดเรื่องพวกนี้ออกมาได้อย่างไร? เพียงแต่ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยได้ไปทำนา จึงไม่ได้เปลืองสมองไปกับเรื่องพวกนี้ก็เท่านั้น วันนี้หายากนักที่ข้าจะไปสักเที่ยว พอเห็นวิธีที่พวกเจ้าทำงานกันก็แทบจะทำให้ข้าลมจับ”
“มีดที่พวกเจ้าใช้เกี่ยวข้าวยังเรียกว่ามีดอยู่อีกหรือ? มีใครตัดต้นข้าวแบบนั้นบ้าง? เหตุใดไม่ไปคุยกับช่างตีเหล็กสักหน่อย ตีมีดให้โค้งเหมือนจันทร์เสี้ยว ตรงด้ามทำมือจับเอาไว้…” เย่อวี๋หรานแสดงท่าทางให้ดู “เกี่ยวข้าวเช่นนี้สะดวกกว่ามากไม่ใช่หรือ”
จูอู่พยักหน้าไม่หยุด “ท่านแม่ ท่านพูดถูก วิธีการนี้ดียิ่งนัก คราวหน้าพอที่เรือนเก็บเงินได้แล้ว พวกเราค่อยไปหาช่างตีเหล็กมาทำมีดเล่มใหม่”
“อันนี้ใช้สำหรับนวดข้าว ข้าตั้งชื่อให้มันว่า ‘ฟางโต่ว’ เพราะว่ามันมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม หน้าตาเหมือน ‘โต่ว’ [1] เข้ากับชื่อนี้ยิ่งนัก”
“อื้ม ชื่อนี้ดี”
“ยังมีต้นข้าวที่พวกเจ้าปลูกกัน ข้าคิดว่ามันแปลก ๆ ปกติเวลาพวกข้าปลูกผัก ข้ามักจะให้ลูกสะใภ้ปลูกต้นกล้าให้ห่างกันเล็กน้อย ต้นกล้าจึงจะเจริญเติบโตได้ดี เหตุใดเวลาพวกเจ้าปลูกข้าวถึงได้ปลูกกันแน่นปานนั้น ต้นกล้าจะโตได้หรือ?”
ครั้นได้ยินคำถามนี้ หัวใจจูอู่พลันกระตุกวู