วามรู้ให้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า ตอนนี้ยังจะมาสนับสนุนให้ทุกคน ‘ค้าขาย’ อีก ครั้งหน้าจะไม่ทำเรื่องเหลวไหลยิ่งกว่านี้อีกหรือ?
เขากลัวว่าสตรีผู้นี้จะความคิดอ่านและสายตาคับแคบ มีความรู้ตื้นเขิน หรืออาจไม่เข้าใจว่า ‘ค้าขาย’ หมายความว่าอย่างไร
ต่อให้ชาวนาอย่างเขาจะไม่รู้เรื่องรู้ราวแค่ไหน แต่ก็ทราบว่าคนค้าขายก็คือพวกชนชั้นล่างดี ๆ นี่เอง
เมื่อเป็นพ่อค้าวาณิชย์ สกุลจูก็ต้องประกอบอาชีพค้าขายต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน อยากจะผันตัวกลับมาเป็นชาวนาก็ยากแล้ว
เย่อวี๋หรานฟังคำของจูเหล่าโถวเสร็จก็เลิกคิ้วสูง “เจ้าเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า? ข้าพูดหรือว่าจะให้ลูกชายค้าขาย? ลูกสะใภ้ของข้าอยากหาเงินเล็กน้อยมาซื้อน้ำอบแป้งชาดก็ไม่ได้เชียว? ข้าเป็นสาวใช้บ้านสกุลใหญ่มาตั้งหลายปี เรื่องนี้เจ้าเจนจัดกว่าข้าหรือข้าเจนจัดกว่าเจ้า?”
จูเหล่าโถวหน้าเสียขึ้นมา “ข้าก็กลัวว่าเจ้า…” ยากจนจนขาดสติ ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นแล้วน่ะสิ?
ตั้งแต่ล้มฟาดพื้นไปคราวนั้น เขารู้สึกว่าสตรีผู้นี้เปลี่ยนไปมาก นับวันก็ยิ่งรับมือยากขึ้นทุกที
เย่อวี๋หรานไม่ให้เขาขัดจังหวะ “ข้าเข้าใจเจตนาของเจ้า เจ้าวางใจเถอะ ข้ารู้ตัวดีว่าทำอะไรอยู่ ข้าแค่อยากให้คนในครอบครัวมีหนทางมากขึ้น มีชีวิตที่ดีขึ้นหน่อยเท่านั้นเอง ไม่มีทางทำลายหนทางการเป็นขุนนางของคนสกุลจูหรอก”
นางไม่ได้โง่สักหน่อย นางยังต้องบ่มเพาะคนรุ่นที่สามของสกุลจูให้ดี ดูว่าจะสามารถฟูมฟักบัณฑิตออกมาส