่อวี๋หรานต้องเอ่ยทักเป็นระยะจึงทำจนเสร็จสิ้น
เทียบกับเย่อวี๋หรานที่ถักได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวแล้ว ความเร็วของจูปาเม่ยจึงเทียบได้กับเด็กน้อย
เอาเถอะ ตอนนี้จูปาเม่ยก็เป็นแค่เด็กสิบขวบเท่านั้นเองไม่ใช่หรือ?
“เจ้าดู เจ้าทำได้ดีมากเลยนี่นา?”
จูปาเม่ยคิดไม่ถึงว่ามารดาจะชมเชยตนเอง พลันรู้สึกดีใจขึ้นมา คลี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟัน
ถ้าเป็นเจ้าของร่างเดิมจะต้องตำหนิว่า ‘เวลายิ้มห้ามให้เห็นฟัน’ เป็นแน่ แต่เย่อวี๋หรานไม่ถือสาสักนิดที่จูปาเม่ยแสดงด้านเด็ก ๆ ของนางออกมา ครั้นเห็นว่านางถักเชือกตรงหน้าได้พอสมควรแล้ว ก็บอกให้จูปาเม่ยพักไว้ก่อน แล้วจึงหยิบแถบผ้าอันใหม่ขึ้นมา สอนว่าจะซ่อนปมแถบผ้าที่ถักไปแล้วได้อย่างไร
“เจ้าดู ทำแบบนี้ หาจุดที่มีสีคล้ายกันสอดเข้าไป เหน็บไว้ข้างใน เห็นหรือไม่ว่าเท่านี้ก็ซ่อนปมที่อยู่ข้างในได้แล้ว?”
จูปาเม่ยอัศจรรย์ใจ “จริงด้วย?! ท่านแม่ ท่านร้ายกาจจริง ๆ!”
วิธีซ่อนปมแบบนี้เย่อวี๋หรานค่อนข้างชำนาญทีเดียว สมัยที่เรียนอยู่ เงินในกระเป๋าไม่ได้หนาขนาดนั้น วัสดุเหล่านั้นดูแล้วไม่ได้แพงอะไรมาก แต่ถ้าถลำลึกแล้วก็จะพบว่าใช้เงินไปกับงานอดิเรกนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว
เย่อวี๋หรานไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น จึงต้องคิดหาวิธีประหยัดเงิน ดังนั้นการถักซ่อนปมจึงกลายเป็นหนึ่งในทักษะที่นางถนัดที่สุด
เพื่อนร่วมห้องที่ไม่ใคร่เข้าใจก็มักจะมาขอคำแนะนำจากนาง
แถบผ้าถักได้ง่ายกว่าเชือกที่ใช้ถักโดยเฉพาะเสียอี