้ายังไม่อยากอภัยให้นาง”
หลิวซื่อรีบร้อนกล่าว
“ไม่เป็นไร…”
ทว่าหลี่ซื่อกลับเค้นเสียง “เฮอะ!”
หลิวซื่อหดคอ เปลี่ยนกลับไปอ่อนแออีกแล้ว
คนขอโทษเทียบกับคนที่ได้รับการขอโทษแล้วยังมีไฟโทสะมากกว่า ไม่เหมือนการขอโทษกันเลยสักนิด เย่อวี๋หรานไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว แต่นางก็แน่ใจได้อย่างหนึ่งว่าสองคนนี้เป็นอย่างไร หลิวซื่อนั้นสอดคล้องกับในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม แค่เห็นก็รู้ว่าเป็นอาเต๊าที่สนับสนุนอย่างไรก็ไม่ก้าวหน้า [1] ตอนนี้คงได้แต่ปล่อยไปแบบนี้แล้ว
ส่วนหลี่ซื่อผู้นี้กลับไม่ได้มีดีแค่ปากหวาน เฮอะ ๆ!
ไม่ว่าจะคนไหน หากจะบ่มเพาะให้รับหน้าที่สำคัญก็ดูเหมือนหนทางยังอีกยาวไกล
แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เย่อวี๋หรานทราบว่าความทรงจำที่มีอคติของเจ้าของร่างเดิมนั้นเชื่อถือไม่ได้ เวลาจะใช้งานต้องใช้อย่างรอบคอบ
เย่อวี๋หรานปล่อยให้หลิวซื่อไปทำธุระของนาง หากแต่ยังรั้งหลี่ซื่อเอาไว้
“ท่านแม่ มีอะไรอีกหรือไม่เจ้าคะ?” แค่ต้องเผชิญหน้าด้วย หลี่ซื่อก็ใจฝ่อแล้ว
“เจ้าแอบกินไข่ไก่ของที่บ้าน ทั้งยังกล้าผลักข้าล้ม ไม่ควรพูดอะไรหน่อยหรือ?” เย่อวี๋หรานจ้องนางเขม็ง สีหน้าเย็นเยียบ
รอบนี้ถึงคราวหลี่ซื่อต้องหดคอแล้ว
“ท่านแม่ ข้าเปล่านะ ข้ารู้ว่าไข่ไก่เก็บไว้ให้น้องเล็ก ข้าจะขโมยกินไข่ได้อย่างไร? จริง ๆ นะ ข้าไม่ได้ขโมย”
เย่อวี๋หรานจ้องนางโดยไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด
หลี่ซื่อถูกจ้องจนรู้สึกกลัวอยู่บ้าง เพราะนางไม่อาจรู้ได้เลยว่าแม่