งวัยคู่นี้เต็มไปด้วยร่องรอยของการทำงานหนัก ไม่ใช่มือของคนทำงานออฟฟิศที่หมั่นทาครีมบำรุงอย่างดีจนขาวผ่องเกลี้ยงเกลาของเธอคู่นั้นเด็ดขาด
สมองยังคงสับสน ไม่มีกะจิตกะใจจะไปรับมือคนเหล่านั้น เธอโบกมือเล็กน้อยให้พวกเขาออกไปให้หมด เพื่อที่ตนเองจะได้สงบใจสักครู่
บุรุษที่อายุมากที่สุดในคนกลุ่มนั้นไม่ลืมที่จะเป็นห่วงเป็นใยเธอ เพียงแต่คำพูดคำจาทำไมฟังดูแล้วเหมือนจะแฝงเจตนาไม่ดีสักเท่าไหร่?
“หรานเหนียงเอ๊ย เจ้าก็อย่าโมโหนักเลย เมียเจ้าสี่ก็ไม่ได้ตั้งใจ ดูสิ ตอนนี้เจ้าก็ฟื้นแล้วไม่ใช่หรือ ไม่เป็นไรแล้วนี่นา? เมียเจ้าสี่ยังท้องอยู่ หลานสาวที่เจ้าอยากได้นักหนาไม่แน่ว่าอาจเกิดมาเร็ว ๆ นี้ก็ได้ ถ้าจะไล่นางกลับบ้านเดิมไปเพราะเรื่องแค่นี้ ถึงตอนนั้นจะมองหน้ากันไม่ติดเอานะ”
เย่อวี๋หรานแทบอยากถ่มน้ำลายใส่หน้าเขา “คุณเป็นใครกัน?”
จากนั้น อยู่ ๆ สมองก็ระลึกขึ้นมาได้เองว่าเขาเป็น ‘สามีของเธอ’ นั่นเอง
ฉิบxาย!
ชาติที่แล้วหลังเรียบจบปริญญามาก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน อายุสามสิบกว่าแล้วก็ยังไม่แต่งงาน แล้ว ‘สามีของเธอ’ คนนี้โผล่มาจากไหน?
ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอกำลังพรั่งพรูออกมา จนทำให้เธอเข้าใจสถานะของตัวเองในตอนนี้ได้กระจ่าง ตอนนี้เธอมีชื่อว่า เย่อวี๋หราน แต่งงานมีลูกแล้ว
สามีคือ ‘จูเหล่าโถว’ มีลูกชายด้วยกันเจ็ดคน และลูกสาวหนึ่งคน
ตอนที่ระลึกขึ้นมาได้นั้น เย่อวี๋หรานก็ต้องทอดถอนใจให้กับความประหลาดของเจ้าของร่าง