๋ลู่และเหมียวจื่ออั๋ง ความหวังครั้งใหม่ในดวงตาของพวกเขาก็มอดดับลง
“มารนหาที่ตายอีกสองสามคนแล้ว”
“นึกว่าตำรวจกำลังมา คิดไม่ถึงว่า…”
“คิดอะไรน่ะ? พวกเราไม่มีทางถูกค้นพบหรอก”
พวกเขาถูกขังอยู่ที่นี่มานานแล้ว ไม่มีทางแจ้งตำรวจได้ กระทั่งไม่รู้สึกถึงกาลเวลาที่ผันผ่านอีกต่อไป และทำได้เพียงตายอยู่ที่นี่เงียบ ๆ เท่านั้น
“ที่แท้ยังมีคนอยู่ที่นี่เหรอเนี่ย” เหมียวจื่ออั๋งมองคนทั้งสี่อย่างอยากรู้อยากเห็น
แล้วก็เห็นพวกเขาสวมชุดไว้ทุกข์สีเข้ม จนมองไม่ออกว่าสีเดิมของชุดคือสีอะไร ไม่มีสีเลือดบนหน้าแม้แต่น้อย รูปร่างแห้งเหี่ยวซีดเซียว
ร่างกายผอมแห้ง ไม่มีแม้แต่พลังวิญญาณ พวกเขาดูไม่เหมือนคนเลย
เหมือนกับ..ศพที่นอนในโลงศพ
ซากศพที่เดินได้! เหมียวจื่ออั๋งตกใจกับการคาดเดานี้ของตัวเอง
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตาลง กวาดสายตามองพวกเขาจนทั่ว
“รอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เธอไม่ได้เข้ามาพูดคุย แต่พาเหมียวจื่ออั๋งไปทำความสะอาด และจัดสถานที่พักผ่อนที่สะอาดในห้องโถงบรรพบุรุษ
ตกกลางคืน คืนแรกในหมู่บ้านมาถึงอย่างรวดเร็ว
“อย่านอนหลับลึกเกินไป” เฝ่ยไป๋ลู่เตือนเหมียวจื่ออั๋งก่อนนอน
เหมียวจื่ออั๋งพยักหน้าหนักแน่น
สามนาทีต่อมา เสียงกรนเบา ๆ ดังขึ้น
เฝ่ยไป๋ลู่ “…”
ดึกดื่นเที่ยงคืน เหมียวจื่ออั๋งครึ่งหลับครึ่งตื่น ทันใดนั้นรู้สึกหนาวขึ้นมาเล็กน้อย โดยเฉพาะตรงซอกคอ
เขาเอื้อมมือแตะคอโดยไม่รู้ตัว แล้วสัมผัสเข้าที่หน้าคน