”
[เล่นเกม? ยังเล่นเกมอยู่อีก?]
[จากคำพูดของขงชิว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หมาป่ามาช่วยคนสินะ?]
[เกม เกม เกม! ขงชิวก่อกรรมทำเข็ญไว้มากแค่ไหนกัน]
[น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำไมตอนที่จ้าวฉี่หมิงจับตัวหมาป่า สัตว์ทั้งหลายถึงมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้น]
คำว่า ‘ช่วย’ นี้ กลายเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ยื้อชีวิต
เหลียงชิงฮวนตื่นเต้นจนร้องตะโกนออกมา “ช่วยด้วย! รีบช่วยพวกเราเร็ว!”
เจียงฉือซิง “เงียบ!”
ขงชิวหันกลับมามองพวกเขาหนึ่งครั้ง แล้วส่ายหัว
“คุณแน่ใจหรือที่จะช่วยพวกเขา? พวกเขาไม่ใช่สัตว์ พวกเขายังเคยพยายามฆ่าคุณด้วยซ้ำ ทำไมคุณถึงต้องช่วยพวกเขาล่ะ”
[โอ้โฮ หมอนี่ยังกล้าพูดอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาพูดมั่ว แขกรับเชิญก็คงไม่เข้าใจผิดเรื่องวิญญาณผู้พิทักษ์หรอก]
[จิ๊ หน้าด้านจริง ๆ]
เจียงเจินรู้สึกร้อนรนขึ้นมา “ไม่ใช่ คุณนั่นแหละที่โกหกพวกเรา พวกเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย”
ขงชิว “ผมพูดแล้วพวกคุณก็เชื่อหรือ? เราเพิ่งเจอกันครั้งแรก พวกคุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นใคร แต่ผมพูดอะไรพวกคุณก็เชื่อไปหมด จะว่าพวกคุณไร้เดียงสาเกินไป หรือจะบอกว่าพวกคุณโง่กันแน่ล่ะ?”
เจียงเจินใบหน้าแดงก่ำไปด้วยความโกรธ
ขงชิว “แต่ผมก็ไม่คิดว่าเรื่องจะราบรื่นขนาดนี้ พวกคุณเป็นเพื่อนร่วมเล่นเกมที่ว่าง่ายที่สุดในรอบหลายปีที่ผมหามาเลย”
จริง ๆ เขาก็คิดว่าจะต้องใช้ความพยายามอยู่บ้าง แต่ไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนี้ สามารถพาคนมาได้โดยไม่ยากเย็นอะไรเลย
ขงชิ