น้ากับป่าเขียวชอุ่มที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดโดยรอบ เมื่อมองออกไปไกล ๆ มีแต่เทือกเขาทอดยาวสุดลูกหูลูกตา
เมื่อมนุษย์อยู่ท่ามกลางธรรมชาติเช่นนี้ ช่างดูเล็กจ้อยเหลือเกิน
[ฉันมีคำถามนิดหน่อย ปกติจะมีคนมาที่นี่บ้างไหม?]
[น่าจะไม่มีนะ ปกติที่ปากทางเข้าจะมีคนเฝ้าอยู่]
[แน่นอนว่าคงไม่ให้เข้า ในป่ามีสัตว์ป่า ถ้าเข้าไปมั่ว ๆ คงอันตรายมาก]
[ฉันจำได้ว่า เมื่อไม่กี่ปีก่อน แถวนี้มีข่าวลือเรื่องคนหายในป่าบ่อย ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงหรือเปล่า]
[ใช่ เหมือนว่าเพิ่งจะเริ่มปิดพื้นที่นี้อย่างเด็ดขาดเมื่อสองปีที่แล้วนี่เอง]
[ฉันกังวลเรื่องความปลอดภัยของแขกรับเชิญพวกนั้นนิดหน่อย…]
[ไม่ต้องกังวลไปหรอก ไม่มีอะไรหรอก ทางรายการได้ทำการสำรวจมาก่อนแล้ว มีกล้องติดตั้งอยู่ทั่ว แล้วก็มีทีมงานคอยเฝ้าอยู่ข้างนอกด้วย]
[ทำไมฉันรู้สึกว่าหนิงหนิงดูไม่ค่อยมีความสุขเลยนะ]
[ฉันคิดว่ามีแค่ฉันคนเดียวที่คิดแบบนี้เสียอีก วันนี้เธอดูทำหน้าบึ้งตลอดเวลาเลยนะ]
[ใช่ ๆ ๆ จะพูดยังไงดี รู้สึกว่าเธอดูหงุดหงิดนิด ๆ]
[อ้าว ที่แท้พวกเราก็รู้สึกเหมือนกันนี่นา]
…
หนิงหนิงดูหงุดหงิดจริง ๆ โดยเฉพาะตอนนี้ที่เป็นช่วงเที่ยงวันพอดี แสงแดดร้อนแรงกว่าที่ผ่านมามาก แม้จะสวมหมวกอยู่ก็ยังรู้สึกได้ถึงแสงแดดที่แผดเผาใส่หน้า
ซูเจาไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย ยืดเส้นยืดสายพลางถาม “ทำไมไม่เดินกันล่ะ?”
หนิงเหนียนมองไปรอบ ๆ “ยังไม่ต้องรีบหรอก เราต้องตัดสินใจให้ดีก่อนว่า