“อ๊า! อย่าเพิ่งปิด!”
หนิงหนิง “อ้อ…ที่แท้ก็มีคนอยู่นี่เอง”
อีกฝ่ายไม่รู้เป็นอะไร จู่ ๆ ก็ตะโกนโวยวายขึ้นมา
“ขอโทษ! ขอโทษ! พวกแกทั้งหมดต้องขอโทษจี๋ซังชิง!”
“ไม่เคยเจอคนหน้าด้านแบบพวกแกมาก่อนเลย ไอ้พวกอกตัญญู!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะจี๋ซังชิง ตอนนี้คนที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลก็คือแก หนิงเหนียน! แกไม่คู่ควรที่จี๋ซังชิงจะปกป้องแกขนาดนี้!”
หนิงหนิงและหนิงเหนียนถูกโจมตีด้วยคำพูดอย่างต่อเนื่อง จนคนอื่น ๆ ไม่มีโอกาสได้แทรกพูดแม้แต่คำเดียว
ทีมงานเหงื่อแตกพลั่ก พยายามจะตัดสายการติดต่อ แต่หนิงหนิงโบกมือห้ามเอาไว้
อีกด้านหนึ่งยังคงมืดสนิท
ในที่สุดอีกฝ่ายก็หยุดพูด หลังจากที่เหนื่อยล้าไปแล้ว ในช่องความคิดเห็นก็เต็มไปด้วยเสียงชื่นชม
[เยี่ยมมาก! น้องสาวพูดแทนใจฉันเลย พูดทุกอย่างที่ฉันอยากจะพูด]
[ฮ่า ๆ จัดไปเต็ม ๆ แบบไม่ยั้ง]
[ทำได้ดีมาก พี่น้องคู่นี้สมควรโดนด่าให้หนักเลย!]
[ทุกคนอย่าหยุด! ด่าต่อไปให้ฉันหน่อย!]
หนิงหนิงและหนิงเหนียนจ้องมองหน้าจอ ทั้งคู่มีสีหน้าเหมือนกัน ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเป็นพิเศษ
เหมือนพวกเขากำลังถูกกระทบกระเทือนจิตใจจากคำพูดเมื่อครู่
ผ่านไปสักพัก หนิงหนิงพูดขึ้นว่า “ตอนไปสนามบินยังรู้จักใส่หมวกกับหน้ากากอนามัย แต่ตอนนี้ไม่ยอมให้คนเห็นหน้า ไม่ใช่คิดว่าตัวเองทำถูกต้องหรอกเหรอ ทำไมต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้ด้วย?” หนิงหนิงถามจบ แต่อีกฝ่ายเงียบไป ดูท่าทางจะรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด
แต่กลับเป็นผู้