“อ่า…”
โซอี้รีบปิดปากตัวเองอีกครั้งเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จ้องทะลุมาในคราวเดียว เธอเห็นแม้กระทั่งสายตาของทอมจากระยะไกลที่เฝ้ามองมาด้วยความขบขัน ส่วนสีหน้าของเจ้าหน้าที่แสดงร่องรอยของความไม่พอใจอย่างรุนแรง
พอเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะบานปลาย โซอี้จึงกัดริมฝีปาก
‘นั่น… บ้าเอ๊ย! ความผิดหมอนั่นล้วน ๆ เลย!’
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาและแว่นกันแดดเฮงซวยนั่น เธอคงไม่รู้สึกขำกับเรื่องนี้หรอก!
“คุณเทอร์ลิน”
น้ำเสียงของเจ้าหน้าที่ฟังดูเย็นชา เขากวาดสายตาไล่เรียงรายชื่อในโน้ตบนมือ
โซอี้รู้สึกได้ถึงสายตาของเขา จึงทำได้เพียงหลับตาลงอย่างเงียบเชียบ
‘ช่างเถอะ มันเกิดขึ้นไปแล้วก็ปล่อยมันไป ฉันจะรอให้เขาบ่นจบก็แล้วกัน’
แต่เสียงบ่นหรือดุด่านั้นกลับไม่มาเยือน
หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง เจ้าหน้าที่ก็ละความสนใจไปจากเธอ อาจเป็นเพราะเขารู้ตัวตนของเธอแล้ว หรือเพราะไม่เหลือเวลาให้เสียเปล่า จากนั้นเขาเริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง
“พวกคุณทุกคนคงได้ข้อมูลคร่าว ๆ โดยภาพรวมของฉากนี้ไปแล้ว ข้อมูลที่เราหามาได้จากหน่วยสอดแนมหลายคนที่เข้าไปก่อนหน้านี้พบว่า มันจะเริ่มตอนที่พวกคุณไปถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่กำลังจัดงานเลี้ยงอยู่ กในนั้นเรียบง่ายมากครับ: ทำทุกอย่างที่เจ้าภาพสั่ง ถ้าเขาบอกให้เต้น คุณก็ต้องเต้น ถ้าเขาบอก