ันก็เป็นเรื่องที่หนิงหนิงสั่งให้ผีผู้หญิงคนนั้นทำนี่นา ทำไมยังต้องสืบสวนอีกล่ะ?”
จี๋ไหล “คุณมีหลักฐานไหมล่ะ?”
จี๋เซาชี้ที่ตัวเองและคนอื่น ๆ “พวกเราเห็นกันหมดแล้วนี่!”
จี๋ไหลถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เห็นกับตาหรือได้ยินกับหูว่าเธอเป็นคนสั่งเหรอครับ?”
จี๋เซาเงียบไปทันที
เจียงเจินเริ่มร้อนใจ “แต่ที่นี่นอกจากหนิงหนิงแล้ว ใครจะมีแรงจูงใจอีกล่ะ เธอคือผู้ต้องสงสัยรายใหญ่ที่สุดนะ”
เฉินมู่ปลอบเธอ “คุณเจียงครับ อย่าเพิ่งร้อนใจไป สถานการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเราจำเป็นต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดและทำความเข้าใจก่อนถึงจะตัดสินได้ พวกเราจะให้ความเป็นธรรมกับคุณแน่นอน”
เจียงเจินขมวดคิ้ว เธอเริ่มหมดความอดทนแล้ว “ยังต้องดูกล้องวงจรปิดอีกเหรอ? ฉันเห็นมากับตา พวกเราทุกคนเห็น ผีผู้หญิงที่หนิงหนิงสั่งการ ผีผู้หญิงตนนั้นแตะตัวเจียงฉือซิง!”
จี๋ไหลอธิบาย “ถึงแม้จำเลยจะเป็นผี ก็ไม่สามารถตัดสินได้จากคำพูดเพียงอย่างเดียว ต้องมีหลักฐาน การตัดสินความผิดต้องมีหลักฐานที่เพียงพอนี่คือข้อกำหนดใน ‘กฎหมายว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยจากภูตผี’ เรื่องนี้ก็เหมือนกับมนุษย์ไม่สามารถใส่ร้ายผีได้”
จี๋เซาพูดอย่างหงุดหงิด “หลักฐานอะไรกัน ผีจะต้องมีหลักฐานอะไร ผีจะเหมือนคนได้ยังไง? พวกคุณคงไม่มีความสามารถอะไรเลยสินะ ถึงได้มาพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้ จับคนได้หรือเปล่า ถ้าจับไม่ได้ก็ไสหัวไปเลย!”
ผู้ชมเองก็เริ่มรู้สึกรำคาญ
[เป็นผีไปแล้ว ยังต้องมาส