ห้องนั่งเล่นเละเทะไปหมด เจียงฉือซิงหอบหายใจกำหยกที่หน้าอกไว้แน่น แต่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
ทำไมล่ะ? มันเป็นไปได้ยังไง!
มีคนถามด้วยเสียงสะอื้น “ผีไปแล้วเหรอ?”
หลายคนเพิ่งจะได้สติกลับมา และเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา
ผู้คนที่เมื่อครู่แทบหายใจไม่ออกเพราะแรงลม ในที่สุดก็สามารถหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง ในห้องนั่งเล่นมีเสียงสะอื้นดังขึ้น
แต่เมื่อพวกเขาเห็นภาพผีเสื้อที่ยังคงลอยค้างอยู่กลางอากาศ เสียงสะอื้นก็หยุดลงทันที
เจียงฉือซิงยืนอยู่ใกล้ที่สุด เขากัดฟันแน่น หยิบหยกขว้างใส่ภาพวาดนั้น
ขณะที่หยกกำลังจะกระแทกเข้ากับภาพวาด มันก็หยุดชะงักกลางอากาศ มือสีขาวซีดปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าแล้วคว้าหยกเอาไว้
มือนั้นกำหยกแน่น แกร๊ก! หยกเริ่มปรากฏรอยแตกร้าว
ห้องนั่งเล่นเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มตก เสียงนี้จึงดังชัดเจนเป็นพิเศษ
แกร๊ก แกร๊ก…
รอยแตกร้าวบนหยกยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
หยกถูกบีบจนแตก มือข้างนั้นที่กำหยกไว้แน่นเมื่อคลายมือออก หยกได้กลายเป็นผงละเอียดไปเสียแล้ว
มือข้างนั้นสะบัดผงหยกทิ้งไปอย่างไร้ความปรานี
ทุกอย่างเกิดขึ้นตรงหน้าเจียงฉือซิง
“ผีหลอก!!” ทันใดนั้นก็มีคนตะโกนขึ้นมา ทุกคนเริ่มแตกตื่นพลางกุมศีรษะวิ่งหนีออกไปข้างนอก
เจียงเจินพยายามดึงเจียงฉือซิงแต่เขาไม่ขยับเลยสักนิด เธอจึงทิ้งเจียงฉือซิงแล้ววิ่งหนีไป
ในวินาถัดมาหญิงสาวคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าในสายตาของทุกคน
เธอลอยอยู่กลางอากา