ึกขึ้นมาแล้วอดสั่นไม่ได้ นี่ยังจะเรียกว่าเป็นมนุษย์อยู่อีกเหรอ
พวกเขาเหล่านี้ จริง ๆ แล้วไม่เคยเจอลู่จีอันเลย ลู่จีอันไม่เคยเข้าร่วมงานสังสรรค์
งานเลี้ยงที่ลู่จีอันเข้าร่วม พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ไป
หนิงหนิงนั้น แม้แต่งานสังสรรค์ทั่วไปเธอยังไปไม่ได้เลยแล้วเธอจะมีโอกาสได้เจอลู่จีอันได้ยังไง
เจียงฉือซิงไม่เชื่อ
“ฉันเจอเขาจริง ๆ ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามเขาได้นะ” หนิงหนิงพูดเสียงเรียบ ๆ
เจียงฉือซิงชะงักค้างไป
คิดว่าเขาไม่อยากถามเหรอ? คิดว่าเขามีช่องทางติดต่อหรือไง?
เจียงฉือซิงพูด “เธอควรจะเคยเห็นเขาจริง ๆ นะ”
ตระกูลลู่นั้นเก่งเรื่องการแก้ข่าวลือมาก
ในวงการบันเทิงก็มีคนพยายามอาศัยชื่อเสียงของตระกูลลู่อยู่บ่อย ๆ แต่ทุกครั้ง ก็ต้องพบกับความอับอาย
จี๋ซางถามด้วยความสงสัย “แล้วลู่จีอันหน้าตาเป็นยังไงเหรอครับ?”
หนิงหนิงคิดสักครู่ก่อนตอบตามตรง “มีจมูกหนึ่งอัน ตาสองข้าง ปากหนึ่งปาก ยังมีชีวิตอยู่ ดูเหมือนหลอดไฟค่ะ”
คนอื่น ๆ ได้แต่นิ่งอึ้งไป
[???]
[ภาษาของเธอนี่ ครูพละเป็นคนสอนหรือไง? นี่มันอะไรกัน]
[นี่คือเขาหน้าตาขี้เหร่จนคิดคำมาอธิบายไม่ออกเลยหรือไง? ยืนยันแล้วว่าลู่จีอันหน้าตาขี้เหร่]
[ขี้เหร่บ้าบออะไร นี่มันดูถูกลู่จีอันชัด ๆ เธอยังไม่เคยเจอลู่จีอันด้วยซ้ำพูดอะไรดี ๆ สักคำก็ไม่ได้]
[ฉันผิดไปแล้ว เมื่อกี้ฉันยังหวังว่าจะได้ยินอะไรดี ๆ จากปากของของปลอมคนนี้ซะอีก]
[ของปลอมบ้าไปแล้วหรือไง ตระกูลเจียงยังไม