งแล้วรีบหดมือกลับ เอ่ยขอโทษเสียงอ่อย “พี่ชาย… หนูขอโทษค่ะ”
“ไม่เกี่ยวกับเธอนะ ฉันเป็นคนบอกให้ซู่เป่าย่องเข้ามาเงียบ ๆ เองแหละ!” ซูเหอเวิ่นรีบออกหน้าแทนทันที
จื่อซีสบถคำว่า “บ้า” ออกมาเบา ๆ แล้วทรุดตัวลงนั่งตามเดิม ซู่เป่าขยับไปนั่งข้างพี่ชายแล้วถามอย่างว่าง่าย “พี่ชายคะ… หนูขอดูวิดีโอเมื่อกี้ได้ไหม?”
ในโทรศัพท์ของพี่ชายเหอเวิ่นมีแต่กลุ่มบทกวีกับคณิตศาสตร์ สมการเต็มไปหมด ไม่มีทางมีข่าวลือหรือวิดีโอแบบนี้แน่ เธอถึงต้องมาพึ่งพาจื่อซีไงล่ะ!
จื่อซีไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง พูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ “อย่ามาเกะกะ! ไปให้พ้นเลยไป!”
ทำไมเขาต้องให้ยัยเปี๊ยกนี่ดูโทรศัพท์ส่วนตัวด้วยล่ะ เธอเป็นใครกัน!
ซู่เป่าเม้มริมฝีปากแน่น จึงถามด้วยความมุ่งมั่น “หนูต้องทำยังไง… พี่ถึงจะยอมให้หนูดูล่ะคะ?”
“ไม่ให้! ยังไงก็ไม่ให้!” จื่อซีแผดเสียงด้วยความเหลืออด “บอกให้ไปพ้น ๆ หน้ายังไม่ได้ยินอีกเหรอ? หรืออยากให้พี่ชายคนนี้ช่วยสงเคราะห์ส่งเธอไปอีกทางฮะ?”
ซูจื่อซีถลึงตาใส่น้องสาวพลางเปิดเกมขึ้นมาเตรียมเข้าสู่โลกส่วนตัว
ซู่เป่าไม่ได้โกรธ แต่กลับพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่จื่อซีคะ… ถ้าพี่เห็นอะไรแปลก ๆ อย่าลืมมาหาหนูนะคะ!”
“บอกให้ไปพ้น ๆ ยังฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องอีกหรือไง?” จื่อซีจ้องเขม็ง อะไรแปลก? ขู่กันเหรอ?
โอ้โฮ… กลัวตายเลยล่ะ! เขาเกลือกตามองบนอีกครั้ง
ซูเหอเวิ่นชักเริ่มหัวเสียแทนซู่เป่า “น้องสาวอย่าไปสนใจเลย