สุด!”
“เอาความตายมาข่มขู่ทางศีลธรรมเหรอเนี่ย? พ่อแม่ก็นะ… ลูกตัวเองทำผิดกฎหมายแท้ ๆ แต่ดันเอาความตายมาเรียกเงิน เห็นแก่ตัวจริง ๆ”
แม่ของเจี่ยวเจียวร้องกรีดออกมา “ไม่จริง! ลูกสาวฉันไม่ใช่คนแบบนั้น! เธอเป็นเด็กดี… เธอต้องถูกพวกคุณหลอกให้ทำเรื่องพวกนั้นแน่ ๆ!”
“ยังไงลูกสาวฉันก็ตายไปแล้ว เธอพูดไม่ได้! พวกคุณจะยัดเหยียดความผิดอะไรให้เธอก็ได้ทั้งนั้นใช่ไหมล่ะ!” พ่อของเด็กสาวเองก็อั้นจนหน้าดำหน้าแดง
โอ้โฮ… นี่ยังแถไปได้อีกเหรอเนี่ย?
ซู่เป่ารู้สึกเหมือนได้เรียนรู้วิชาไร้ยางอายขั้นเทพเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งบท
แม่ของเด็กหญิงยังคงโวยวายไม่เลิก “อีกอย่างนะ! ลูกสาวฉันพยายามตั้งเท่าไหร่เพื่อจะได้เจอคุณสักครั้ง เธอน่าสงสารออกขนาดนั้น… คุณจะยอมเสียเวลามาพบเธอสักครั้งไม่ได้เลยหรือไง!?”
ในความคิดของเธอ… ถ้าซูโล่วเพียงแค่ยอมใจอ่อนออกมาพบเจี่ยวเจียวสักครั้ง ลูกสาวเธอก็คงไม่ต้องตายสินะ?
ซูโล่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนไร้ความรู้สึกใด เขาเค้นยิ้มเย้ยหยันพลางถามกลับ “เพียงเพราะเธอน่าสงสาร ผมจึงจำเป็นต้องไปพบ ต้องไปปลอบโยนงั้นหรือ?”
“หรือต้องให้พูดว่า… ถ้าเธอขู่จะกระโดดตึกตาย ผมก็ต้องยอมแต่งงานกับเธอด้วยถึงถูก?”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ! นั่นมันชีวิตคนทั้งคนนะ… แน่นอน ฉันหมายถึงคุณแค่ยอมแต่งงานหลอก ๆ ไปก่อนก็ได้ ยังไงคุณก็เป็นผู้ชาย มีแต่ได้กับได้ ไม่เห็นเสียหายตรงไหนนี่…” แม่ของเจี่ยวเจียวตอบกลับหน้าตาเฉย
ทุกกกคนที