์ค่อย ๆ หันไปมองตามเสียง และภาพที่เห็นคือหญิงชราในชุดศพสีม่วงเข้มเขม่ากำลังจ้องเขม็งมาที่เขาด้วยแววตาไร้แวว
“เฮ้ย!!”
เขาโกยแน่บพุ่งไปข้างหน้าทันที แต่กลับต้องชะงักกึกเมื่อเห็นเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งยืนขวางทางอยู่พอดี เธอกำลังยิ้มคิกคักพร้อมเอ่ยชวน “คุณลุงขา… มาเล่นซ่อนหากันเถอะ!”
สิ้นคำพูดของผีเด็กน้อย บนระเบียงทางเดินก็ค่อย ๆ ปรากฏร่างของคนเพิ่มขึ้นมาหนาตา ใบหน้าของแต่ละตนขาวซีดไร้อารมณ์ ดวงตาเปล่งประกายสีเขียวอมน้ำเงินวาววับน่าสยดสยอง
ทารกผีตนหนึ่งกำลังคลานต้วมเตี้ยมอยู่บนพื้น ที่สะดุดตาคือสายสะดือยาวเหยียดลากติดตัวไปด้านหลัง… ซึ่งปลายอีกด้านเชื่อมต่ออยู่กับผีผู้หญิงที่หน้าท้องเปิดอ้าอยู่
ซูอิงเอ๋อร์ถึงกับต้องแสร้งทำตาเหล่พลางพร่ำบอกตัวเองในใจ
มองไม่เห็น… ฉันมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น…
ฮือ… เขาขอถอนคำพูดที่เคยโอ้อวดไว้เมื่อตอนหัวค่ำทั้งหมด! ชาตินี้เขาไม่อยากเจอผีอีกแล้ว!!
แต่ในวินาทีที่เขากำลังขวัญเสีย ร่างคุ้นตาก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าเขาไว้
ซูจิ่นอวี้ขมวดคิ้วมุ่น เธอจ้องนิ่งไม่กะพริบไปยังผีเด็กหญิงคนนั้น แล้วเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ไปเล่นที่อื่นซะ!”
ซูอิงเอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นแผ่นหลังของซูจิ่นอวี้ที่ยืนปักหลักปกป้องตนอยู่…
นี่คือน้องสาวของเขา น้องสาวที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตลอดยี่สิบกว่าปี
เมื่อก่อนเขาคิดว่าคงไม่มีวันได้พบหน้ากันอีกแล้ว ไม่นึกเลยว่าตอนนี้เธอยังมายืนอยู่ตรงหน