ัดจนต้องสั่งให้ทีมทนายส่งจดหมายเตือนทันที
แต่บรรดาอินฟลูเอนเซอร์กลับไม่ได้เกรงกลัว พวกเขามองว่ามันเป็นแค่เรื่องบันเทิง และช่องทางหาเงินทองที่ต้องรีบตักตวง
ซูเหอเวิ่นโกรธจนควันออกหู เขาไม่ได้นิ่งเงียบเหมือนพี่น้องคนอื่น แต่กลับเข้าไปด่าสวนในคอมเมนต์อย่างดุเดือด
‘คนที่ไม่รู้ความจริงก็อย่าพูดพล่อย ๆ สิ! ระวังฟ้าจะผ่าหัวเอา!’
‘พวกขยะที่โดนคนอื่นปั่นหัวเป็นเครื่องมือ น่ารังเกียจสิ้นดี!’
ซูเหอเวิ่นกับชาวเน็ตอย่างเมามันจนเน็ตหมดไปเกือบ 10 GB กว่าจะรู้ตัวว่าลืมเปิด Wi-Fi…
ทว่าซู่เป่ากลับบังเอิญไปเห็นวิดีโอเหล่านั้นเข้าจนได้ เด็กน้อยที่กำลังเล่นกับนกแก้วอย่างร่าเริงถึงกับชะงักไป ดวงตากลมโตสั่นไหวด้วยความไม่เข้าใจ
“คุณลุงใหญ่คะ… ซู่เป่าทำอะไรผิดเหรอ?” เด็กน้อยถามเสียงเบา
“ไม่เลย ซู่เป่าไม่ได้ทำผิดอะไรทั้งนั้น” ซูอีเฉินดึงหลานสาวมากอดไว้
“แล้วทำไมพวกเขาต้องพูดจาน่ากลัวแบบนั้นด้วยล่ะคะ? ทั้งที่ฝ่ายนั้นเป็นคนเริ่มก่อน ทำไมทุกคนถึงมารุมด่าพวกเราล่ะ?”
“เพราะพวกเขาไม่รู้ความจริงจ้ะลูก เขาแค่ฟังคำโกหกของคนอื่นมา…” คุณนายซูได้แต่ถอนหายใจและปลอบใจหลานรัก
ซู่เป่าน้อยยิ่งฟังยิ่งสับสน
ในเมื่อไม่รู้ความจริง… แล้วทำไมพวกเขาถึงพูดจามั่นใจเหมือนเห็นเหตุการณ์ด้วยตาตัวเองขนาดนั้นล่ะ?
มู่กุยฝานนิ่งเงียบไม่เอ่ยคำใด เขาอุ้มซู่เป่ากลับเข้าห้องนอนด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ในคืนนั้นเอง ทีมประชาสัมพันธ์ของตระกูลซูได้ออกมาแ